เป็นการแข่งคัดเลือกเจ้าสำนักหากเป็นเสวียนเฟยและอวี้หยางจะต้องเลือกวิธีที่สองแน่นอน
สิ่งที่หยางชูทำเพราะผู้อาวุโสเห็นแก่ฮ่องเต้เขาจึงผ่อนเกณฑ์ลงตราบใดที่ผลออกมาใกล้เคียงกันก็ปล่อยให้พวกเขาผ่านไปได้
แต่จี้เสียวอู่นั้นไม่ใกล้เคียงกับทั้งสองอย่างเลย เขารู้วรยุทธ์เพียงเล็กน้อย ไม่สามารถฟังเสียงแยกแยะจำนวนได้ เขารู้เคล็ดวิชาเล็กน้อยจึงตัดความสัมพันธ์ระหว่างนักพรตเฒ่าและกว้าถ่งไม่ขาด เว้นแต่เขาจะโชคดีเหมือนสองคนหลังที่คำนวณออกมาได้ไม่เลวนักพรตเฒ่าจึงปล่อยพวกเขาไป
แต่หมิงเวยต้องการให้แน่ใจว่าเขาจะผ่านด่านนี้ไปได้จะให้เขาพึ่งพาโชคได้อย่างไร
ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเป็นผ้าเช็ดหน้าที่นางใช้เป็นประจำซึ่งงูขาวเองก็มักมาเกาะทำให้ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้จึงแปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นอายวิญญาณ หมิงเวยถ่ายพลังใส่ไปเพื่อใช้เป็นอาวุธวิเศษชั่วคราว
จี้เสียวอู่ใช้อาวุธวิเศษนี้เพื่อมองเห็นผลลัพธ์ดังกล่าว
สิ่งที่เขาทำนายไม่ใช่โชคชะตาของนักพรตเฒ่า แต่เป็นโชคชะตาของตนเอง หมิงเวยเคยทำนายมาก่อนหน้านี้แล้ว ชีวิตของเขาจะมีความมั่งคั่งไร้กังวล ต่อให้ทำนายได้เพียงผิวเผิน กว้าถ่งก็จะช่วยจัดการได้
ผู้อาวุโสดูออกว่ามีการใช้ลูกเล่นบนผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ ซึ่งวิธีการของนางได้ทำลายความยุติธรรม เขาจึงใช้พลังของตนปราบปรามหมิงเวย
คนอื่นเขาปล่อยผ่านไป แต่หากเขาปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ด้วยถือว่าไม่ยุติธรรม ผู้ใดใช้ให้นางทำลายกฎเกณฑ์ก่อนเล่า ตอนนี้ทำได