้แค่บังคับให้นางแบกมันไว้ก็เท่านั้น
หมิงเวยถอนสายตาและจับกว้าถ่งไว้แน่น ศิษย์ทั้งสี่แห่งเสวียนตูกวันจ้องมองที่มือของนาง จวินโม่หลีงงงวยเขากระซิบถามเสวียนเฟย “เหตุใดอาจารย์อาต้องทำให้นางลำบากด้วย”
เสวียนเฟยส่ายหน้าส่งสัญญาณว่าอย่าพูดอะไรไปมากกว่านี้ พลังที่ใช้กดเหรียญทองแดงมากขึ้นเรื่อยๆ จนหมิงเวยแทบจะไม่สามารถพลิกคว่ำได้
ไม่ต้องพูดถึงการทำนายที่แม่นยำเลยแค่กว้าก็อาจจัดการไม่ได้
เมื่อเห็นว่านางไม่ได้ยกกว้าถ่งขึ้นมานานแล้วคนที่ดูก็อดสงสัยไม่ได้
เหวินอิ๋งหัวเราะเยาะ “นางกลัวหรือไง คิดจะทำตัวโดดเด่นแต่ไม่ดูสภาพตัวเอง หรือว่ายอมแพ้เสียแล้ว”
เหวินหรูที่อยู่ข้างกายไม่พูดอะไร แต่นางคิดว่าพี่สามน่าจะผิดหวัง
นักพรตเฒ่ายังคงนิ่งสงบไม่ขยับไปไหนเขาส่งยิ้มให้หมิงเวยราวกับรอให้นางยอมแพ้ด้วยความสมัครใจ
จู่ๆ หมิงเวยก็เงยหน้าขึ้นและยิ้มอย่างสดใส เวลาต่อมาพลังได้หลั่งไหลออกจากฝ่ามือของนางปะทะกับพลังของอีกฝ่าย
เมื่อมาถึงยุคสมัยนี้นางมีความยับยั้งชั่งใจมากพอทุกครั้งที่นางจะทำอะไรต้องมีช่องว่างเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้บ้าง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่นมากเกินไปในเมื่อความยับยั้งชั่งใจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถ้าอย่างนั้นนางจะอาละวาดให้ดู!
ทำลายกฎเกณฑ์แล้วอย่างไรนางมีความสามารถที่จะทำได้แล้วกัน!
ในแง่ของพลังแน่นอนว่านางต้องด้อยกว่านักพรตเฒ่าผู้นี้ซึ่งฝึกฝนมาหลายปี แต่สิ่งที่สามารถทำนายโชคชะตาได้คือการรู้ความลับสวรรค