่ใหญ่ก็คือพี่ใหญ่ความคิดของเขาเฉียบคมเสมอ
ไม่นานพิธีกรรมก็เริ่มขึ้นมีคนออกมาจากร่มสีทองอร่าม ขุนนางชั้นสูงทั้งหลายถวายบังคมพร้อมกล่าวคำว่าหมื่นปีสามครั้ง แล้วหมิงเวยก็ได้เห็นรูปลักษณ์ของเหวินตี้
ถึงจะอยู่ห่างไกลจนมองเห็นไม่ชัดเจน แต่รู้สึกได้ว่าพระองค์เป็นบุรุษวัยกลางคนที่ดูใจดีมีเมตตา บรรยากาศโดยรอบเสมือนดั่งเมฆฝนอึมครึม แต่เพียงแค่อีกฝ่ายปรากฏตัวทุกอย่างก็ดูสว่างไสวไปหมด
นี่คือฮ่องเต้แห่งโชคชะตา
ความรู้สึกของหมิงเวยมากมายหลายอย่างมากจนไม่อาจที่จะอธิบายได้ ในยุคสมัยของนางเคยแอบมองโม่ตี้กับท่านอาจารย์ นางจำได้ว่าในคืนนั้นที่กลับมา ท่านอาจารย์เดินไปเดินมาทั้งคืนไม่ได้นอนเลยสักนิด
นางถามท่านอาจารย์ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาบอกว่าแคว้นกำลังจะล่มสลาย
ในตอนนั้นนางเพิ่งจะอายุสิบปีห่างจากช่วงเวลาที่ฉีเหนือล่มสลายไม่กี่ปี
โชคชะตาของโม่ตี้อ่อนแอมาก พวกเขาประคับประคองมาเป็นเวลาสิบกว่าปีและในที่สุดก็มาถึงจุดจบ เสียงดนตรีดังขึ้นแล้วนักพรตของเสวียนตูกวันในชุดพิธีกรรมเดินออกมาจากด้านในและขึ้นมาบนเวทีเพื่ออธิษฐานขอพร
หมิงเวยสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนสาวใช้ที่มารินชาให้นางต้องดึงแขนเสื้อเบาๆ
หมิงเวยหันหน้ามาสาวใช้หันข้างเล็กน้อยแล้วชี้ไปข้างหลัง หมิงเวยหันไปคุยกับจี้ฮูหยินแล้วพาตัวฝูไปด้านหลัง
พอนางเดินออกไปจี้เสียวอู่ก็นั่งไม่ติด “ข้าไปด้วย!”
จี้ฮูหยินแปลกใจ “แค่ห้องน้ำยังต้องไปด้วยหรือ เสียวอู่โง่หรือเป