่อมยุ่งมาก แต่ตอนนี้ใกล้จบเรื่องแล้วพะย่ะค่ะ”
“น้าได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว” เผยกุ้ยเฟยถอนหายใจ “ชะตากรรมของเด็กหญิงและเด็กที่ถูกลักพาตัวช่างน่าสังเวชเสียจริง โชคดีที่เจ้าไขคดีได้พวกนางจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป”
หยางชูยิ้มบางๆ แล้วพูดเปลี่ยนเรื่อง “ฝ่าบาทบอกว่าท่านน้ามีเรื่องจะพูดด้วยหรือพะย่ะค่ะ”
“อ้อ” เผยกุ้ยเฟยนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้แล้วกวักมือเรียกนางใน “น้าคิดเรื่องนี้แทนเจ้ามานานแล้ว มาดูนี่สิเป็นอย่างไรบ้าง”
หยางชูเห็นว่านางในหลายคนวิ่งไปหยิบม้วนภาพหลายอันมากางออกต่อหน้าเขาซึ่งเป็นภาพวาดหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไป
ใบหน้าของหยางชูแข็งค้างขึ้นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก…เผยกุ้ยเฟยเคยทำเช่นนี้มาก่อนในช่วงที่เขาไว้ทุกข์ เขาคิดว่าตนเองพูดเรื่องนี้ชัดเจนไปแล้ว แต่ที่แท้นาง…
“เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าไม่ชอบผู้ใดเลยหรือ” เผยกุ้ยเฟยถามเขา
หยางชูกดความโกรธเอาไว้ในใจแล้วพูดว่า “เหนียงเหนียง กระหม่อมเคยเรียนท่านไปแล้วว่าไม่สนใจเรื่องนี้…”
ยามที่เขาโกรธจะเรียกนางว่าเหนียงเหนียง และแทนตนเองว่ากระหม่อม
รอยยิ้มของเผยกุ้ยเฟยหายไปนางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ชูเอ๋อร์ สิ่งที่เรียกว่าชะตากรรมเป็นสิ่งที่คนโง่พูดมาตลอด หากเจ้าเก็บมันมาใส่ใจมันก็จะกลายเป็นเรื่องหนึ่ง บิดาของเจ้ามีเจ้าเป็นสายเลือดเพียงคนเดียว หากเจ้าไม่แต่งงานเจ้าจะให้เขาไร้ทายาทสืบสกุลหรือ”
“ตระกูลหยางไม่ได้หยุดอยู่ที่กระหม่อ