งชูเห็นว่าอีกฝ่ายอารมณ์ดีเขาขบคิดอยู่สักพักก็พูดออกไปว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องจะเรียน เรื่องนี้เป็นความดีความชอบของคนผู้หนึ่งกระหม่อมอยากตบรางวัลให้เขาพะย่ะค่ะ”
“เจ้าหมายถึงจี้เหว่ยหรือ” ฮ่องเต้ได้รับรายงานแล้ว
“พะย่ะค่ะ” หยางชูตอบ “เขาไร้งานไร้ตำแหน่งเป็นเพราะความขุ่นเคืองใจในความอยุติธรรมเขาจึงยอมรับความเสี่ยง”
ฮ่องเต้ยิ้ม “เรื่องนี้จำเป็นต้องพูดเป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่ สายลับเหรียญทองของหวงเฉิงซือ เจ้าจัดการได้เต็มที่เลย”
หยางชูรู้สึกกระดากอายเล็กน้อย “เขาไม่ยินดีเข้าหวงเฉิงซือพะย่ะค่ะ”
“อ้อ” ฮ่องเต้นึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิ เจ้าบอกว่าเขาเป็นลูกหลานตระกูลจี้สินะ บิดาและพี่ชายของเขาคงคาดหวังให้เขามีสถานะที่เป็นทางการใช่หรือไม่”
“ขอรับ”
“ง่ายมาก เจิ้นจะแต่งตั้งเขาเป็นขุนนางอิสระ”
เมื่อพูดคุยเรื่องสำคัญกันเสร็จฮ่องเต้พูดอีกว่า “เอาล่ะ เจิ้นไม่มีธุระอะไรแล้ว เจ้าไปหาท่านน้าของเจ้าเถอะ นางมีเรื่องอยากพูดกับเจ้า” หยางชูรับคำแล้วขอตัวลา
ชุยชุ่นรออยู่ด้านนอกเมื่อเห็นเขาออกมาก็เข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม จากนัั้นก็พาเขาไปที่พระราชวังเชียนชิว
เผยกุ้ยเฟยยังอยู่ที่ตำหนักหลิงติง นางไม่ได้เขียนภาพแต่พูดคุยกับนางในเกี่ยวกับการหมักเหล้าบ๊วย เมื่อเห็นหยางชูเดินเข้ามาก็ยิ้มแล้วโบกมือเรียกอีกฝ่าย “เจ้าไม่ได้มาที่นี่นานเลยพอโตแล้วไม่ชอบน้าแล้วใช่หรือไม่”
หยางชูทำความเคารพแล้วพูดเสียงเบา “ช่วงนี้กระหม