กหน้า
“ปัญหาอยู่ที่ตรงนี้ข้าไปสืบที่จวนหลังนั้นพบว่าในตอนนั้นย่าของท่านล้มป่วยซึ่งปู่ของท่านก็คอยดูแลอยู่ข้างกายตลอดเวลาแล้วพวกเขาก็ไม่ได้กลับไปที่เมืองหลวงจนกระทั่งสามวันหลังจากเกิดเรื่องขึ้น”
หยางชูตกตะลึง “แล้วอย่างไรต่อ”
“ข้าจำได้ว่าตอนนั้นย่าของท่านส่งคนไปคุ้มครองซือฮว๋ายไท่จื่อใช่หรือไม่”
หยางชูพยักหน้าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่บันทึกเอาไว้
“ในเมื่อปู่ย่าของท่านยังอยู่ในจวน ผู้ใดควรเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะบัญชาการแทนนาง”
ได้ยินความนัยที่เขาเอ่ยถึงเสร็จสีหน้าของหยางชูซีดลง
หนิงซิวพูดต่อว่า “ปู่ย่าของท่านมีบุตรชายสองคน บุตรชายคนโตซึ่งก็คือลุงของท่านเกิดมาร่างกายอ่อนแอแทบจะไม่ได้ฝึกฝนวรยุทธ์ เพราะฉะนั้นความหวังของพวกเขาตกไปอยู่ที่บิดาของท่านซึ่งถูกสั่งสอนมาอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ยังเด็ก ภายใต้สถานการณ์นี้ท่านคิดว่าความเป็นไปได้ที่บิดาของท่านขี่ม้ากลับเมืองหลวงและตกจากหลังม้าจนได้รับบาดเจ็บมีมากน้อยเท่าไรกัน”
หยางชูปากสั่นเขามองอีกฝ่ายและพูดออกมาด้วยความยากลำบากว่า “ท่านจะบอกว่าเวลานั้นท่านพ่อไป…”
“ไปคุ้มครองซือฮว๋ายไท่จื่อ” หนิงซิวต่อประโยคหลังแทนเขา “องค์ชายทั้งสามต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ ซือฮว๋ายไท่จื่อถูกขับไล่ไปที่อี้โจว แต่เดินทางไปได้ครึ่งทาง ฮ่องเต้องค์ก่อนรู้สึกตัวขึ้นมาก็ส่งคนไปรับพระองค์กลับเมืองหลวง ผู้ใดจะรู้ว่าได้พบโจรระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวงเล่า ทุ