ดไปก็เหมือนเขายอมรับความพ่ายแพ้…
หมิงเวยมองเขาแล้วมองหนิงซิวจากนั้นก็ยิ้ม “งั้นข้าพูดแทนแล้วกัน”
“เดี๋ยว!” หยางชูตื่นตระหนก
หมิงเวยไม่สนใจนางตอบหนิงซิวไปว่า “สิ่งที่เขาต้องการสืบไม่ได้มีแค่สาเหตุการตายของนายท่านสองตระกูลหยางเท่านั้น แต่เขาอยากรู้ว่าในอดีตตระกูลของตนมีความคับข้องใจอะไรหรือไม่ เหตุใดองค์หญิงหมิงเฉิงกับโป๋วหลิงโหวถึงได้ด่วนจากไปกะทันหันซึ่งเขาทำใจรับเรื่องนี้ไม่ได้”
หนิงซิวไม่สงสัยเลยสักนิด “อย่างนี้นี่เองเรื่องนี้แปลกไปจริงๆ ท่านอาจารย์กับองค์หญิงติดต่อกันทางจดหมายตลอดเวลา พวกเขาตกลงกันว่าก่อนนางจากโลกนี้ไปจะส่งท่าน…”
“เดี๋ยวก่อน!” หยางชูได้ยินอะไรสักอย่าง “จะส่งข้าไป เกิดอะไรขึ้น” หนิงซิวปิดปากสนิท
“ท่านพูดมาสิ!”
หนิงซิวถอนหายใจ “ท่านคิดว่าข้ามาหาท่านที่เมืองหลวงทำไมกัน จะว่าไปท่านกับท่านอาจารย์ผูกพันกันเพียงไม่กี่เดือน และเวลาก็ล่วงเลยไปสิบปีแล้ว แต่ความจริงแล้วองค์หญิงหมิงเฉิงขอร้องท่านอาจารย์มาตลอดว่าหากนางจากไปแล้วให้ช่วยคุ้มครองท่านด้วยถึงได้รักษาสถานะลูกศิษย์และอาจารย์เอาไว้”
“….”
“องค์หญิงหมิงเฉิงจากไปอย่างกะทันหันโดยไม่ทิ้งอะไรไว้ ในตอนนั้นท่านอาจารย์บอกข้าว่าจะไปที่เมืองหลวงสักครั้งเพื่อดูว่าท่านเป็นอย่างไร แต่ในตอนนั้นสุขภาพของท่านอาจารย์ไม่ดีเอามากๆ ไม่สามารถเดินทางได้…” เขามองหยางชู ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์จนยากที่จะแสดงความอ่อนโยนออกมา “ทำให้ท่านทุกข์ทรม