ั้นห้าขั้นหกนั้นมีไม่น้อยเลยแล้วยังมีผู้มีอิทธิพลจำนวนหนึ่งอีกด้วย หากนำมาเรียงดูแล้วถึงกับสะเทือนแผ่นดินเลยทีเดียว
ท่าทางของเจี่ยงเหวินเฟิงดูปกติรอจนนางพูดจบจึงถามกลับไปว่า “มีแค่นี้หรือ”
กุ้ยเหนียงลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ตอบต่อไปว่า “พวกเขาไม่เพียงแต่หลอกพ่อค้าร่ำรวย แต่ยังสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ และยังฆ่าสตรีและเด็กที่ลักพาตัวมาไปไม่น้อย เพียงแต่ข้าน้อยไม่รู้นามของพวกเขาเจ้าค่ะ…”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “มีเด็กสาวคนหนึ่งนามหลิงหลง ชำนาญบทเพลงเหมือนฝันเจ้ารู้จักนางหรือไม่”
กุ้ยเหนียงตกใจ “หลิงหลง! นาง…”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้จัก” เจี่ยงเหวินเฟิงโบกมือเรียกเหลยหง “พานางไปที่เรือนหลัง”
“ขอรับ” คดีนี้ถึงแม้จะคลี่คลายแล้ว แต่เรื่องที่ตามหลังมามีไม่น้อยเลย
ศพเหล่านั้นเหลือแต่เป็นกระดูกจนไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่พวกเขาถูกลักพาตัวมาจากที่ใดกัน เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่ สาเหตุที่พวกเขาเสียชีวิตจึงยังเป็นสิ่งที่ต้องสืบหากันต่อไป
นอกจากนี้ธุรกิจลับของกลุ่มยาจก อำนาจมืดที่พวกเขาก่อทำชั่วต้องดึงออกมาทีละอย่างและถอนรากถอนโคนให้หมด
………
เรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับจี้เสียวอู่ เขาบิดขี้เกียจและเดินออกจากลานกว้าง แต่ก็เห็นหมิงเวยที่ยืนอยู่ที่มุมๆ หนึ่ง
“พี่ห้า” หมิงเวยยิ้ม “หลายวันมานี้สบายดีหรือไม่”
จี้เสียวอู่กลอกตาให้นางอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้าถูกหลอกเสียสนิท บอกอย่างดิบดีว่าข้าจะได้เป็นจอมยุทธ