ตั้งแต่วินาทีที่เสวียนเฟยเอ่ยชื่อตนเองออกมาแววตาของหมิงเวยก็แข็งค้าง
เสวียนเฟย เขาคือเสวียนเฟย!
เช่นเดียวกับอวี้หยางที่เป็นนามแฝง เสวียนเฟยก็เป็นนามแฝงเช่นเดียวกันเพราะว่าเขาคือเจ้าสำนักคนต่อไปของเสวียนตูกวัน! และเขาก็เป็นราชครูคนต่อไปด้วย
เมื่อมองเสวียนเฟยที่ยังมีชีวิตอยู่ตรงหน้า หมิงเวยก็ยิ่งรู้สึกสับสนในใจ
ปีศาจในตำนานตนนั้นปัจจุบันเขามีลักษณะเช่นนี้หรือ ตอนนี้เขายังไม่ได้ติดต่อกับหลิงตี้หรือก็คือองค์ชายสามใช่หรือไม่ ครั้งก่อนที่ได้ยินพวกเขาศิษย์พี่ศิษย์น้องคุยกันตอนนี้พวกเขาน่าจะกำลังลำบาก
“แม่นาง” เมื่อเห็นนางไม่ตอบอะไรเสวียนเฟยเลิกคิ้วด้วยความสงสัยจึงพูดย้ำไปอีกครั้ง
เสียงทุ้มทว่าสง่างามดังกระทบแก้วหูไพเราะเสียจนไม่อาจพรรณนาได้ยิ่งได้เห็นรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายแล้ว คิ้วเรียวขับใบหน้าหล่อเหลา สง่างามดั่งเทพบุตร เหมือนปีศาจตรงไหนกัน
หยางชูเห็นปฏิกิริยาของนางค่อนข้างแปลกจึงถามออกไป “เป็นอะไรหรือ”
หมิงเวยส่ายหน้าแล้วมองไปที่เสวียนเฟยนางตอบไปว่า “ท่านนักพรตกำลังหาเหตุผลให้ศิษย์น้องของท่านหลุดพ้นอยู่หรือ” เสวียนเฟยถูกนางถามประโยคนี้ไปเขาถึงกับเป็นใบ้ไปชั่วขณะ
จริงอยู่ที่ตนกำลังแก้ตัวให้จวินโม่หลี อย่างไรเสียสถานการณ์เมื่อครู่ก็ไม่ควรกระทำอย่างเร่งรีบจริงๆ แต่ในเมื่อศิษย์น้องของตนลงมือไปแล้วย่อมต้องหาเหตุผลให้การกระทำของเขาดูสมเหตุสมผล
แม้ว่าผู้อื่นจะรู้เจตนาของตน แต่ก็สามารถอธิบายเรื่อ