ียนเหมินอื่นๆ ได้รับความไว้วางใจจากราชวงศ์ สามารถกำหนดได้ว่าผู้ใดจะได้เป็นราชครู และกำหนดได้ว่าผู้ใดจะได้เป็นเจ้าสำนัก”
“แล้วอย่างไร” เขาหักกิ่งไม้ข้างทาง “ไท่จื่อไว้วางใจเขา พวกเราจึงต้องเข้าหาองค์ชายรองหรือ หมายความว่าเราต้องต่อสู้เพื่อองค์ชายรองหรืออย่างไร ในฐานะเสวียนชื่อเราครอบครองพลังพิเศษ หากเราเข้าร่วมการแย่งชิงอำนาจแล้วชนะขึ้นมาผลลัพธ์ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ดีหรอกนะ”
จวินโม่หลีตกใจ “ท่านพูดเช่นนี้แล้วทางอวี้หยางล่ะ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องพลาดพลั้งหรือ”
คนผู้นั้นยิ้ม “เขาเข้าหาไท่จื่อซึ่งอยู่ในกรณีที่ต่างกัน ไท่จื่อเป็นรัชทายาท การจงรักภักดีต่อเขาเท่ากับจงรักภักดีต่อฮ่องเต้ด้วย”
จวินโม่หลีรู้สึกท้อแท้ “ศิษย์พี่พูดเช่นนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ไม่มีประโยชน์เลยหรือ”
เขาก้มหน้ามองดอกไม้ป่าในมือแล้วยิ้มบางๆ “ผู้ใดจะบอกได้กันล่ะ หากไท่จื่อยังไม่ขึ้นครองราชย์ก็ยังคงเป็นไท่จื่ออยู่วันยังค่ำ”
เขายื่นมือตบไหล่จวินโม่หลีเบาๆ “เจ้าน่ะ สมองยังไม่ไวพอคิดเรื่องยุ่งเหยิงพวกนี้ให้น้อยลงดีกว่า ยิ่งคิดมากยิ่งผิดพลาดมาก”
จวินโม่หลีไม่พอใจ “ศิษย์พี่ ท่านจะบอกว่าข้าโง่หรือ” อีกฝ่ายยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองเดินข้ามถนนสายยาวแล้วเห็นว่าประตูทางทิศใต้มีการต่อสู้เกิดขึ้น
“เหอะ กล้าสู้กันในเขตเมืองชั้นในหรือ ช่างกล้ามากเกินไปแล้ว”
เขาเหลือบมองแล้วพูดออกไปว่า “นั่นเป็นคนของหวงเฉิงซือ คงมาจัดการคดี