ัดการเขาซะ!”
“เจ้าค่ะ!” ตัวฝูตอบรับแล้วพุ่งออกไปทันที
ฉีผิงถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาพี่น้องกลุ่มยาจกทั้งหลาย เขารู้สึกเหมือนถูกเหยียดหยาม สายตามองไปที่ตัวฝูที่ดูก็รู้ว่าไม่คิดปล่อยเขาไปเป็นแน่ มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่คิดจะหนี แต่เขาก็ถูกสัญชาตญาณดุร้ายกระตุ้นในชั่วขณะและพุ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
“หากข้าต้องตายพวกเจ้าก็ต้องไม่ตายดี!”
แม้ว่ากำลังภายในของตัวฝูจะแข็งแกร่ง แต่วรยุทธ์ของนางยังไม่ดีเท่าเมื่อถูกอีกฝ่ายกดดันนางก็มือไม้อ่อนจนทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่กำลังต่อสู้ก็มีเสียงดังมาจากด้านนอก
“เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้น ยอมจำนนซะเถอะ!”
“นี่กองทหารรักษาพระองค์ยังไม่รีบยอมจำนนอีก!”
ฉีผิงตกใจเขาคิดจะถอนตัวแต่ก็ถูกตัวฝูจับตัวไว้แน่นเมื่อรู้ว่าตนเองพลาดโอกาสเสียแล้วทหารกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาที่นี่
คนที่เข้ามาคือตี๋ฝาน เขาโบกมือ “จัดการซะ!”
กองทหารรักษาพระองค์รับหน้าที่สู้รบ ฉีผิงตัวคนเดียวจะไปชนะอะไรได้ ไม่นานเขาก็ถูกทหารจับกุมและถูกมัดเสียแน่นหนา
สุดท้ายเขามองไปที่จี้เสียวอู่และหัวเราะเยาะ “รอก่อนเถอะ! ตราบใดที่กลุ่มยาจกในเมืองหลวงยังอยู่เจ้าไม่มีวันอยู่อย่างสงบสุขแน่!”
จี้เสียวอู่เช็ดคราบเลือดบนใบหน้าอย่างไม่ใส่ใจอีกฝ่าย “ขอบคุณพี่ฉีมาก แต่ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกวันนี้กลุ่มยาจกในเมืองหลวงได้จบสิ้นแน่” แล้วฉีผิงก็ถูกคุมตัวออกไป กุ้ยเหนียงพาเว่ยเสี่ยวอันออกมาจากห้องแล้วมองจี้เสียวอู่ด้ว