รวจค้นคืนนี้เถอะ!”
ตัวฝูตกใจ “ไม่รีบไปหน่อยหรือเจ้าคะ”
“ไม่ถือว่ารีบร้อนหรอก” จี้เสียวอู่พูด “จู่ๆ ทางการก็บุกเข้าไปในฐานที่มั่นของกลุ่มยาจกจำนวนมาก ข้าคิดว่าพวกเขาคงคิดใช้ประโยชน์จาก ‘คุณชายกัว’ เพื่อให้ตระกูลกัวเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แม้น้องหญิงจะชิงเปิดทางเรื่องตระกูลกัวไปก่อนก้าวหนึ่งแล้ว แต่หากพวกเขาไม่สามารถติดต่อตระกูลกัวได้ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาต้องสงสัยแน่นอน…”
จี้เสียวอู่นึกอะไรขึ้นมาได้ “เจ้ารีบส่งข่าวออกไปนำแผนที่นี้ไปให้น้องหญิง บอกนางว่าให้เข้ามาตรวจค้นคืนนี้ หัวหน้าเซียงผู้นั้นเชิญฉีผิงมาด้วยไม่ใช่หรือ ข้าจะเข้าไปสืบข่าวนี้ คืนนี้จะพยายามเข้าไปดื่มร่วมกับพวกเขาให้ได้เพื่อถ่วงเวลา เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราก็ประสานงานกันทั้งภายในและภายนอก…”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำการตัดสินใจแล้วตัวฝูจึงไม่คัดค้าน “เจ้าค่ะ”
ข้อมูลถูกส่งไปให้ตัวฝูจี้เสียวอู่เลิกม่านขึ้นแล้วเข้าไปคุยกับลูกน้องของฉีผิง
………..
ตอนที่หมิงเวยได้รับข่าวนางกำลังเข้าเรียนวิชาดนตรี
หนิงซิวกำลังสาธิตการใช้นิ้ว แต่จู่ๆ เขาก็หยุดชะงัก นิ้วที่กดสายกู่ฉินไม่ขยับไปไหน หมิงเวยรู้ว่าเขารู้สึกถึงลมปราณของวิญญาณ
เมื่อรู้ว่าหนิงซิวเป็นเสวียนชื่อ หมิงเวยจึงไม่พางูขาวมาที่สถานศึกษาด้วย ซึ่งงูขาวตัวน้อยก็เชื่อฟังมาตลอด แต่ครั้งนี้กลับเข้ามาในสถานศึกษาแสดงว่าต้องมีเรื่องด่วนเป็นแน่
นางไม่คิดปกปิดอะไรจากนั้นก็ลุกขึ้นยืนทำความเคารพ “อาจาร