ติดต่อกันมากนัก จวินโม่หลีไม่ได้สวมชุดนักพรต เขาเหมือนคุณชายธรรมดาทั่วไปที่มาเดินเล่นบนท้องถนน
หมิงเวยครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะเดินตามเขาไป จวินโม่หลีเดินไปตามท้องถนนอยู่หลายสายและในที่สุดก็เข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
หมิงเวยมองเขาขึ้นชั้นบนแล้วเดินตามเข้าไป จากนั้นก็มีคนในร้านเดินเข้ามาต้อนรับ “เชิญทางนี้ขอรับ คุณหนูมาคนเดียวหรือ ท่านมาทานอาหารหรือจองโต๊ะขอรับ”
หมิงเวยตอบ “ข้าพลัดหลงกับครอบครัวน่ะเลยนัดมาพบกันที่นี่ ท่านช่วยหาห้องส่วนตัวให้ข้าพักผ่อนหน่อยได้หรือไม่” พูดแล้วนางก็เดินมาหยุดอยู่ข้างห้องที่จวินโม่หลีเข้าไป “ห้องนี้มีคนหรือไม่”
“ไม่มีขอรับ” พนักงานร้านเปิดประตูให้ “เชิญขอรับ”
หมิงเวยพยักหน้า “ขอชากับของว่างก็พอ หากมีหนังสือภาพก็เอามาด้วย ข้าอยากอ่านฆ่าเวลาน่ะ”
พนักงานร้านรับคำไม่นานเขาก็นำของทั้งหมดมาให้อย่างกระตือรือร้น
เมื่อพนักงานร้านออกไปแล้วหมิงเวยสัมผัสความหนาของกระดาษในหนังสือภาพ จากนั้นก็ฉีกออกแล้วพับทำเป็นถ้วยกระดาษแล้วแนบกับผนังห้องเพื่อแอบฟัง
ในร้านอาหารแบบนี้ผนังกั้นระหว่างห้องส่วนใหญ่เป็นเพียงไม้กระดานเท่านั้น หากตั้งใจฟังจริงๆ ก็จะได้ยินการเคลื่อนไหวจากห้องข้างๆ ได้อย่างง่ายดาย
“…ศิษย์พี่ เหตุใดท่านถึงเพิ่งกลับมาเอาตอนนี้” เป็นเสียงของจวินโม่หลี
หลังจากเงียบไปสักพักก็มีเสียงดังขึ้นว่า “กลับมาตอนนี้ไม่ดีงั้นหรือ”
หมิงเวยรู้สึกชาที่หู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเต็มเปี่