เป็นคนดูแลนางกัน ถึงได้ปล่อยให้ออกมาเพ่นพ่านเช่นนี้!”
ผู้ใดจะรู้ว่าเมื่อตะโกนเสร็จยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อเขาก็เห็นว่าสีหน้าของฉีผิงดูมืดมนขึ้น
“หุบปาก!” ฉีผิงตะคอกใส่ “นางเป็นคนที่ข้าพามา!”
ชายคนนั้นตกใจเขาตบปากตนเองทันที “ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่หัวหน้าฉีโปรดเมตตา…”
ฉีผิงตะคอกอย่างเย็นชา “ไสหัวไปซะ!”
“ขอรับๆๆ ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้” เขาไม่กล้าพูดถึงแม่นางคนนั้นอีกแม้แต่คำเดียวแล้วรีบกลับเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว
จี้เสียวอู่ดูไม่พอใจมาก “พี่ฉี นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน แม่นางคนนั้น…”
ฉีผิงไม่ตอบคำถาม แต่ส่งยิ้มกลับไปแล้วกล่าวเปลี่ยนเรื่อง “ข้าดูแลไม่ทั่วถึง พี่กัวอย่าถือสาเลยนะ มาๆๆ มาทางนี้เถอะ”
จี้เสียวอู่อยากถามออกไปมากกว่านี้แต่ก็ถูกกุ้ยเหนียงดึงเขาไว้นางพูดเสียงเบา “คุณชายกัว…”
จี้เสียวอู่สงบสติอารมณ์ของตนให้ใจเย็นลงเป็นเรื่องยากหากจะจัดการตอนนี้ เขายิ้มให้กุ้ยเหนียงแล้วเดินตามฉีผิงเข้าไปในถ้ำเงียบๆ
ด้านนอกอุโมงค์ดูทรุดโทรม แต่เมื่อเข้ามาด้านในกลับต่างออกไปของตกแต่งด้านในล้วนมีความประณีตมาก
ฉีผิงพูดว่า “พี่กัวซ่อนตัวอยู่ที่นี่สักพักเถอะ”
จี้เสียวอู่มองเด็กสาวที่ตัวฝูพามาแล้วอดไม่ได้ที่จะถามออกไป “พี่กัว เหตุใดคนของท่านถึงได้ทำเรื่องเช่นนี้แม่นางคนนั้น…”
ฉีผิงถอนหายใจ “พี่กัว ข้าอิจฉาเมืองลั่วเฉิงของพวกท่านจริงๆ!”
จี้เสียวอู่ไม่เข้าใจ “พี่ฉีคือ…”
“พี่กัวคงอยากถามว่าเหตุใดเมื่อครู่ข้าถึงไม่จ