คืองเป็นอย่างยิ่ง “พี่กัว ท่านรู้หรือไม่ว่าคนผู้นี้เป็นใคร เขาคือเฉาหลางจง[2]ของเสนาบดีกรมขุนนาง! ท่านกำลังมีปัญหาแล้ว!”
จี้เสียวอู่เห็นว่ากุ้ยเหนียงถูกรังแกในช่วงเวลาอันสั้นนั้นเขารู้สึกโกรธขึ้นมาจริงๆ ซึ่งไม่ใช่การแสดง และถึงแม้เขาจะไม่ได้ตกหลุมรักกุ้ยเหนียง แต่เมื่อพบเจอเหตุการณ์นี้เขาจะระงับความโกรธได้อย่างไร
แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าของฉีผิงอารมณ์ของเขาก็สงบลง
ฉีผิงดูเป็นกังวลขนาดนั้น แต่สายตาของเขากลับมองไปที่กุ้ยเหนียงพร้อมกับเตือนอีกฝ่ายทางสายตา…
เขาเห็นอย่างนั้นก็เข้าใจในทันทีจึงรีบแสดงท่าทางตื่นตระหนกแล้วคว้าตัวฉีผิง “พี่ฉี ข้าไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขานะ ข้าแค่พลาดไปชั่วขณะ…”
ฉีผิงประคองเขาขึ้นแล้วถอนหายใจ “แน่นอนว่าข้ารู้ เจ้าแค่พลาดไปจนก่อปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว! เฉาหลางจงไม่ใช่คนพเนจรทางการต้องตรวจสอบอย่างละเอียดแน่”
จี้เสียวอู่ลุกลี้ลุกลน “ถ้าอย่างนั้นทำอย่างไรดี พวกเขาจะมาจับข้ากลับไปหรือ ไม่ได้นะหากท่านพ่อรู้เข้า…ไม่สิ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปหากท่านพ่อรู้เข้า เรื่องใหญ่ขนาดนี้ควรบอกให้ท่านพ่อรู้ถึงจะถูก ใช่ๆ ต้องติดต่อท่านพ่อ…”
เมื่อเห็นว่าเขาจะออกไปทำอะไรสักอย่าง ฉีผิงก็รีบคว้ามือของเขาทันที “พี่กัว ท่านไม่ต้องให้บิดาท่านมาพัวพันเรื่องนี้ด้วยหรอก พวกเรากับทางการเป็นศัตรูกัน อีกอย่างที่นี่คือเมืองหลวงคงเป็นเรื่องลำบากสำหรับบิดาท่าน เอาอย่างนี้ละกันข้าจะลองคิดดูว่ามีวิธีแก้