ยามบ่ายเสียงดนตรีดังขึ้นเบาๆ กุ้ยเหนียงกำลังดีดพิณ แต่ก็พบว่าตนเองดีดผิด เหล่าเด็กสาวที่ร่วมซ้อมดนตรีด้วยกันหยุดลง เด็กสาวที่อยู่ข้างตู้หนังสือในห้อง วางสมุดบัญชีในมือแล้วยกม่านขึ้น
“กุ้ยเหนียง”
กุ้ยเหนียงลุกขึ้นยืนอย่างนอบน้อม “พี่หลิวหลี”
เด็กสาวนามว่า หลิวหลี เป็นสตรีที่งดงามมาก แต่เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่สวมใส่นั้นค่อนข้างเรียบง่าย
นางพูดว่า “เจ้ามานี่” แล้วบอกกับคนที่เหลือ “พวกเจ้าซ้อมต่อไป” กุ้ยเหนียงวางพิณลงแล้วเดินตามนางเข้าไปในห้อง
หลิวหลีมองนางแล้วถอนหายใจ “สองวันมานี้เจ้าดูจิตใจสับสนนะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
กุ้ยเหนียงยิ้ม “แค่รู้สึกอุดอู้นิดหน่อยเจ้าค่ะ เลยอารมณ์ไม่ค่อยดีท่านไม่ต้องกังวลไป” แต่สีหน้าหลิวหลีดูจริงจัง นางมองกุ้ยเหนียงแต่ไม่พูดอะไร
เมื่อถูกอีกฝ่ายจ้องกุ้ยเหนียงก็เริ่มยิ้มไม่ออก “พี่หลิวหลี…”
หลิวหลีกดเสียงต่ำ “เพราะคุณชายกัวใช่หรือไม่ ได้ยินว่าช่วงนี้เขามักส่งของมาให้และหาโอกาสคุยกับเจ้า”
กุ้ยเหนียงรีบพูดว่า “พี่หลิวหลีเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้คิดมากเรื่องนี้ คุณชายกัวผู้นั้นเป็นคนที่หัวหน้าฉีส่งมาเลยต้องดูแลเป็นอย่างดี” หลิวหลีมองนางเงียบๆ
กุ้ยเหนียงขอร้อง “พี่หลิวหลี..”
“เจ้ารู้ตัวเองดีก็ดีแล้ว” หลิวหลีพูดเสียงเบา “พวกเราเป็นใคร อย่าไปคาดหวังมากนักเลย หนึ่งวันที่ผ่านไปก็คือหนึ่งวันยิ่งคิดถึงมันเท่าไรยิ่งเจ็บปวดเท่านั้น”
กุ้ยเหนียงรู้สึกเหมือนหัวใจถู