เช้าวันที่ท้องฟ้าสดใสหมิงเวยตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวและเปิดประตูห้อง
มนุษย์น่ะ เปลี่ยนจากประหยัดมาฟุ่มเฟือยนั้นง่าย แต่จากฟุ่มเฟือยมาประหยัดนั้นยาก หลังจากให้ตัวฝูติดตามนางมาหลายเดือนหมิงเวยเริ่มไม่คุ้ยเคยกับการอาบน้ำด้วยตนเอง
หวังว่าตัวฝูจะกลับมาเร็วๆ…
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จหมิงเวยก็เดินออกมาจากซอยแต่กลับถูกขวางเอาไว้เสียก่อน รถม้าที่แสนคุ้นเคยหยุดอยู่ที่มุมถนน หมิงเวยไม่เกรงใจนางขึ้นรถม้าทันที
หยางชูเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่อีกด้าน เขายกผ้าม่านขึ้นเพื่อมองทิวทัศน์ด้านนอกและเมื่อเห็นนางขึ้นมาเขาก็กล่าวทักทาย “ไป ไปดูละครกัน”
“ละคร ละครอะไรหรือเจ้าคะ”
หยางชูยิ้มตาหยี “ละครสนุก”
รถม้าเคลื่อนที่อยู่นานกว่าจะหยุดลง ที่นี่เป็นตรอกแคบๆ และผู้ที่อาศัยอยู่ล้วนเป็นสามลัทธิเก้าอาชีพ ส่วนใหญ่เป็นแขกต่างเมืองที่ไม่ได้เข้าเมืองหลวงมานาน
ทันทีที่รถม้าของพวกเขามาถึงก็ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้หันมามอง
หมิงเวยกลอกตา “ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่”
หยางชูยิ้มอย่างมีเลศนัย “เดี๋ยวก็รู้เอง”
หลังจากรออยู่สักพัก ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าของม้า จากนั้นก็เห็นเจ้าหน้าที่จำนวนมากขี่ม้าผ่านรถม้าของพวกเขา เจ้าหน้าที่ลงจากหลังม้าและเดินเข้าไปในตรอกซอย
“เจ้าหน้าที่เข้าจัดการคดี!” หัวหน้าของเหล่าเจ้าหน้าที่ตะโกนขึ้น จากนั้นก็เตะเปิดประตูเรือนหลังหนึ่ง
ต่อมาไม่นานมีเสียงตะโกนร้องลั่นในซอยพร้อมทั้งเสียงต่อสู้ เจ้าหน้าที่พาผู้