หมิงเวยกล่าวลาหยางชู และไปที่สระฉางเล่อคนเดียว
ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันสระฉางเล่อก็ได้กลับมารุ่งเรืองเฉกเช่นเมื่อก่อน ผู้คนไหลมาเทมามากขึ้นเรื่อยๆ หมิงเวยมองไปยังถนนสายยาวภายใต้ดวงอาทิตย์แล้วถอนหายใจ เหล่าคนที่สูญหายอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่กลับไม่สามารถอยู่ใกล้ชิดแสงอาทิตย์ได้
ขณะที่นางกำลังเดินอยู่นั้นก็สังเกตเห็นคนผู้หนึ่งเป็นเด็กสาวในชุดสีน้ำเงิน สวมหมวกคลุมใบหน้านางเดินถือภาพคอยถามผู้คนที่เดินผ่านมา
ผ้าโปร่งสีดำจากหมวกช่วยปกปิดรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย แต่มันก็ไร้ประโยชน์สำหรับหมิงเวย เพื่อนร่วมชั้นห้องเดียวกันนางจำชี่ของพวกนางได้
เหวินหรู คุณหนูสี่แห่งตระกูลเหวิน
แปลก ตระกูลเหวินไม่ได้บอกว่าคุณหนูสี่หายตัวไปหรอกหรือ อีกฝ่ายเดินถามอยู่ตลอดทาง หมิงเวยเองก็เดินตามไป เมื่อถามไปจนสุดถนนฉางเล่อ เหวินหรูก็เก็บภาพในมือและนั่งลงข้างแปลงดอกไม้ด้วยความรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก
จนกระทั่งฟ้ามืดนางก็ยังไม่ขยับไปไหน
ในตอนค่ำ ความครึกครื้นที่สระฉางเล่อแตกต่างจากเมื่อตอนกลางวัน มีร้านแผงลอยเล็กๆ จำนวนมากออกมาตั้งขายอาหารว่างอร่อยๆ ตั้งแต่หัวถนนไปจนถึงสุดสายของถนนให้ผู้ที่เดินผ่านมาได้ลิ้มลอง เมื่อเทียบกับเมื่อตอนกลางวันจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านมามีมากขึ้น
ความนิยมของสังคมในยุคสมัยนี้เปิดกว้างไม่ห้ามออกจากบ้านตอนกลางคืน ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่เลิกงาน นักเรียนเลิกเรียน ประชาชนเลิกงาน สามารถออกมาเดินหาของอร