นรู้ไม่ได้”
หมิงเวยตอบ “รบกวนพวกท่านแล้ว ท่านลุงของข้าได้รับตำแหน่งซือเยว่ที่กั๋วจื่อเจียน แซ่จี้ อาศัยอยู่ที่ซอยหยางเจี่ยววันรุ่งขึ้นข้าจะให้พ่อบ้านไปเป็นพยานที่ศาลได้หรือไม่” เจ้าหน้าที่เลิกคิ้ว หากเป็นคุณหนูตระกูลขุนนางสู้ให้คนในครอบครัวไปปรากฏตัวที่ศาลไม่ดีกว่าหรือ
หมิงเวยตอบ “ข้ารู้จักกับใต้เท้าเกาโปรดช่วยผ่อนผันให้ด้วยเถิด”
เกาฮ่วนเป็นเจ้านายของพวกเขาเมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกเขาก็ตอบตกลงแล้วเรียกเจ้าหน้าที่สองนายออกมา “ฟ้ามืดแล้ว คุณหนูทั้งสองอยู่ข้างนอกไม่ปลอดภัย ส่งพวกนางกลับเรือนด้วย”
หมิงเวยขอบคุณพวกเขาด้วยรอยยิ้มจากนั้นก็พาเหวินหรูกลับไปที่จวนตระกูลจี้ การออกไปข้างนอกวันนี้หมิงเวยบอกทุกคนไว้แล้วว่าจะกลับดึก
เมื่อเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่เดินทางมาส่งทุกคนในตระกูลจี้จึงไม่ถามอะไรมาก ทำแค่เพียงขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งสอง ส่วนเหวินหรูหมิงเวยบอกเพียงว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่สถานศึกษาวันนี้ดึกมากแล้วจึงชวนนางมาค้างคืนด้วยกัน
นายท่านจี้และจี้ฮูหยินใจกว้างและไม่ถามอะไรมาก แต่จี้หลิงเป็นคนละเอียดรอบคอบ เขาเรียกหมิงเวยเข้ามาสอบถาม
หมิงเวยตอบไปว่า “เหตุผลเรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนพี่ใหญ่เชื่อข้าเถอะ น้องจัดการเรื่องนี้ได้เจ้าค่ะ”
จี้หลิงตอบ “ทำไมพี่จะไม่เชื่อน้อง แต่เพื่อนของน้องเป็นคุณหนูตระกูลขุนนาง เหตุใดจู่ๆ ถึงได้มาอาศัยอยู่ที่เรือนผู้อื่นกันหากมีปัญหาอะไรน้องให้พี่ช่วยได้นะ”
หมิงเวยยิ้ม “น