้าลงมือกับผู้อาวุโสงั้นหรือคงเหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วสินะ!”
เจ้าของร้านรีบเข้ามาหา “คุณชาย ปล่อยเขาเถิดขอรับคนผู้นี้ได้รับโทษไม่ได้ขอรับ!”
คุณชายน้อยหัวเราะเสียงเย็น “ทำไมรึ พวกเจ้าเป็นพวกเดียวกันหรือ ข้ามาทานอาหารที่ร้านของเจ้าแล้วถูกคนผู้นี้ขโมยกระเป๋าเงิน ร้านของท่านเป็นร้านผิดกฎหมายงั้นหรือ”
เจ้าของร้านโบกมือรัวๆ “คุณชายอย่าพูดเช่นนั้นสิขอรับ ข้าน้อยพูดเพื่อความปลอดภัยของคุณชายเท่านั้น คนผู้นี้…” เขาพูดเสียงเบา “เขามีคนหนุนหลัง ตอนนี้คุณชายกำลังโกรธ แต่อีกสักพักท่านจะตกเป็นเป้านะขอรับ”
“ตกเป็นเป้าอะไรกันข้าเกรงว่าพวกเขาจะทำไม่สำเร็จ!”
“เดี๋ยวก่อนท่าน!” เจ้าของร้านเป็นกังวลมากเขาจึงชะโงกหน้าไปบอกความจริงกับอีกฝ่าย “เขาเป็นกลุ่มยาจก! ท่านไม่สามารถลงโทษเขาได้หรอกขอรับทางร้านเองก็ไม่สามารถเอาเรื่องเขาได้!”
ไม่คิดว่าคุณชายน้อยได้ยินคำว่ากลุ่มยาจกแล้วยิ่งโมโหขึ้นไปอีก “กลุ่มยาจกในเมืองหลวงช่างชั่วร้ายเช่นนี้ น่ารังเกียจยิ่ง! ตัวฝูจัดการเท้าของเขาด้วย!”
สาวใช้รับคำและกำลังจะลงมือก็มีเสียงดังขึ้นจากข้างนอก “ฮ่าๆๆ คุณชายท่านอย่าโกรธนักเลยกลุ่มยาจกในใต้หล้าเป็นครอบครัวเดียวกันให้ขอทานเช่นข้ามาเป็นทูตสันติภาพดีหรือไม่”
พวกเขาเห็นขอทานชราคนหนึ่งที่อยู่ด้านนอกร้าน เสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ย แต่ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เสียงราวกับระฆัง ทันทีที่อีกฝ่ายเข้ามาก็โยนไม้ไผ่ในมือลงกับพื้นด้วยท่าทีไม่ยี่หร