ะชุนพวกนี้เป็นการแสดงสถานะ หากท่านแต่งกายไม่เหมือนเขาจะให้ลูกน้องยอมรับได้อย่างไร” นางชี้ไปที่มุมห้องและหยางชูกำลังนั่งดื่มชาอยู่ตรงนั้น
จี้เสียวอู่เบะปาก
“เอาล่ะ!” หมิงเวยปลอบโยนเขา “พี่ห้า ท่านลองคิดดูตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ท่านคือคุณชายกัวผู้มีชื่อเสียงในยุทธภพที่เดินทางไกลมาจากลั่วเฉิง เมื่อท่านมาถึงหยุนจิง ท่านได้เยี่ยมเยียนวีรบุรุษมากมายเหมือนอย่างที่เขียนไว้ในนิทาน จอมยุทธ์น้อยออกจากเขาเพื่อสร้างชื่อเสียง” จี้เสียวอู่ใจเต้นกับคำพูดของนาง
“แต่จอมยุทธ์พวกนั้นมีวรยุทธ์ที่แข็งแกร่ง…”
“วรยุทธ์ของท่านก็แข็งแกร่ง” หมิงเวยพูดขัดเขา “ก่อนอื่นเอากริชนั่นมาหน่อย” จี้เสียวอู่หยิบมันออกมา
“ท่านดูตรงนั้น มียุงอยู่ลองขว้างไปดูสิ”
จี้เสียวอู่มองไปสักพักก็เห็นยุงตัวเล็กๆ บนผนัง “ข้าจะไปขว้างโดนได้อย่างไร” หมิงเวยให้กำลังใจเขา “ท่านลองก่อนแล้วค่อยพูด”
จี้เสียวอู่ลองทำท่าทางตามที่หมิงเวยสอนมาแล้วขวางกริชออกไป
‘ฉึก’ กริชจึงฝังแน่นในแผงผนังยุงถูกตัดออกเป็นสองท่อน จี้เสียวอู่ถึงกับผงะและชี้ไปที่ตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “ข้าขว้างโดนหรือนี่”
“ใช่! ในระยะสิบจั้งไม่พลาดเป้า” หมิงเวยยิ้ม “ตอนนี้ท่านมีความมั่นใจบ้างหรือยัง”
“แล้วถ้าพวกเขาอยากแข่งกำลังภายในกับข้าเล่าจะทำอย่างไร”
หมิงเวยพยักพเยิดหน้าไปที่มุมห้อง “ได้ยินหรือไม่”
หยางชูแค่นหัวเราะเขาวางถ้วยชาลงแล้วเดินเข้ามาหา “นั่งลง!”
หมิงเวยดึงจี้เส