นกล่องนี้ข้าให้แม่นมดูแล พวกนางในตอนนี้ยังรับผิดชอบไม่ไหว แม่นมช่วยชี้แนะพวกนางด้วย”
แม่นมถงเห็นด้วย “ตอนนี้บ่าวขยับตัวได้แล้วพอรู้เรื่องราวภายนอกอยู่บ้าง ต่อไปนี้บ่าวจะพยายามสอนพวกนางให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”
หมิงเวยยิ้ม “แม่นมอย่าฝืนตัวเองล่ะ พวกเราค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป” เมื่อจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จแม่นมถงก็พาปิงซินกับซู่เจี๋ยออกไป
ตัวฝูอยากจะพูดแต่ก็ลังเล “อยากถามว่าเจ้าทำอะไรได้บ้างใช่หรือไม่” หมิงเวยมองความคิดของนางออก
ตัวฝูก้มหน้า “บ่าว บ่าวรู้ตัวดีว่าตนเองไม่ควรปรากฏตัวต่อสังคมเจ้าค่ะ…”
หมิงเวยยิ้ม “เจ้าไม่ควรปรากฏตัวสู่สังคม แต่ไม่ใช่เพราะใบหน้าของเจ้า”
เพราะปานบนใบหน้าทำให้ตัวฝูไม่มั่นใจในตนเองโดยเฉพาะเมื่อนางไปที่สถานศึกษานางกลัวว่าคุณหนูจะถูกหัวเราะเยาะ
“ตัวฝู เจ้าเป็นคนรอบคอบและมีความสามารถ แต่เจ้าเป็นคนพูดไม่เก่ง เพราะฉะนั้นเรื่องปรากฏตัวสู่สังคมข้าเลยไม่ให้เจ้าทำ แต่เจ้าลองคิดดูข้าเคยสอนเคล็ดวิชาให้พวกนางหรือไม่” ตัวฝูเงยหน้าขึ้นสีหน้าของนางดูสับสน
“ไม่ใช่ว่าผู้ใดอยากเรียนเคล็ดวิชาก็เรียนได้” หมิงเวยตอบ “เรื่องที่ข้าต้องการทำนั้นอันตรายนับพันนับหมื่นมีแค่เจ้าเท่านั้นที่ช่วยข้าได้”
ตัวฝูฟังแล้วก็เข้าใจนางดีใจมาก “คุณหนูวางใจได้เจ้าค่ะ บ่าวจะตั้งใจฝึกฝนอย่างดี!”
หมิงเวยยิ้มแล้วพยักหน้าอีกทั้งยังเตือนสตินาง “ช่วงนี้เจ้าไม่ได้ส่องกระจกใช่หรือไม่ ปานของเจ้าจางลงกว่าเดิมแล้วนะ”
……