ะว่าวันเวลาของท่านไม่ปกติ” หนิงซิวทำให้เขาหัวเราะ ชายผู้นี้ดูไม่ปกติเสียเลย แต่กลับกล้ามาบอกว่าเขาไม่ปกติเนี่ยนะ
“หากท่านอยากยุ่งเรื่องของข้า อย่างไรก็ควรบอกเรื่องของตนเองให้ชัดเจนเสียก่อน”
“ข้าน่ะหรือ” หนิงซิวไม่เข้าใจ “ท่านอยากรู้เรื่องอะไร”
“เหตุใดท่านถึงอยู่ในจวนโป๋วหลิงโหว เหตุใดถึงมาคบค้าสมาคมกับท่านลุง แล้วยังไปสอนที่สถานศึกษาหมิงเฉิงอีกท่านคิดจะทำอะไร”
หนิงซิวตอบ “แน่นอนว่าต้องมาหาท่านอยู่แล้ว แต่ท่านอาจารย์บอกว่าความสัมพันธ์ของท่านกับจวนโหวนั้นซับซ้อน ข้าเลยไม่พูดถึงท่านเพียงแค่นำหลักฐานยืนยันขององค์หญิงใหญ่มาที่จวนเท่านั้น ส่วนเรื่องสอนที่สถานศึกษาหมิงเฉิง เพราะข้าคิดว่าควรหางานเลี้ยงชีพ ท่านโหวจึงให้ข้ามาสอนกู่ฉิน”
เดิมทีหยางชูแค่ถามไปอย่างนั้นไม่คิดว่าเขาจะตอบตั้งแต่ต้นจนจบเช่นนี้ และความหมายที่เผยออกมาในคำพูดเหล่านั้น…
“นักพรตเฒ่าพูดอะไร ข้ากับจวนโหวมีความสัมพันธ์ซับซ้อนงั้นหรือ”
“ท่านอาจารย์ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่บอกว่าองค์หญิงใหญ่กับโป๋วหลิงโหวไม่อยู่แล้ว สถานการณ์ของท่านอาจไม่ค่อยดี แล้วอีกอย่างชะตากรรมของท่านพิเศษมาก ยากที่จะแต่งงานหากปล่อยให้ท่านอยู่ตัวคนเดียวเกรงว่าท่านจะเดินไปในทางที่ผิด” ดูเหมือนนักพรตเฒ่าจะไม่ได้พูดเรื่องชาติกำเนิดของเขา
หยางชูตอบ “ถ้าเช่นนั้นท่านจะมาเปลี่ยนแปลงอะไรได้ล่ะ จะหาภรรยาให้ข้างั้นหรือ”
หนิงซิวส่ายหน้า “ข้าเรียนวรยุทธ์เป็นหลัก เคล็ดวิ