เมื่อออกมาจากอุโมงค์ หมิงเวยก็พูดกับเจี่ยงเหวินเฟิงว่า “ถึงแม้หยินชี่ในอุโมงค์จะรุนแรงมาก แต่ก็ไม่มีร่องรอยของมนุษย์เลย อสูรน้ำตัวนี้น่าจะกินซากศพมาเป็นเวลานานแล้วถึงได้มีนิสัยดั่งปีศาจ คาดว่าช่วงนี้ไม่มีศพที่สามารถทานได้แล้วมันจึงว่ายไปถึงสระฉางเล่อ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “เช่นนั้นพวกเราคงทำได้เพียงดำเนินคดีตามกฎเท่านั้น”
“เจ้าค่ะ”
“ลำบากแม่นางหมิงแล้ว ฟ้ามืดแล้วข้าให้คนไปส่งท่านจะดีกว่า”
หมิงเวยยิ้ม “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าเดินกลับกับลูกพี่ลูกน้องของข้าได้เจ้าค่ะ ครู่เดียวก็ถึงแล้ว”
เจี่ยงเหวินเฟิงไม่บังคับ “ได้ หากต้องการสิ่งใดแม่นางเอ่ยปากออกมาได้เลย”
อีกด้านหนึ่งอาสวนก็พบตัวหยางชู “คุณชาย ท่านหายตัวไปอย่างเงียบๆ ข้าน้อยตามหาแทบแย่ขอรับ!”
หยางชูอารมณ์ไม่ดีเขาคลี่พัดออกมาพัด แต่สุดท้ายเขากลับคัดจมูกแล้วจามออกมา
อาสวนเห็นเขาเป็นเช่นนั้นจึงกล่าว “ถึงตอนนี้จะเป็นเดือนเจ็ด แต่ท่านเพิ่งลงน้ำมาจะพัดทำไมขอรับ พวกเจ้ายืนนิ่งทำไม รีบนำเสื้อคลุมมาคลุมให้คุณชายเร็วเข้า!”
รถม้าของจวนโป๋วหลิงโหวมาจอดด้านข้างนานแล้ว บ่าวรับใช้รีบหยิบเสื้อคลุมไปให้หยางชู
หยางชูถูจมูกพลางสวมเสื้อคลุมที่อาสวนนำมาให้แล้วพูดว่า “ข้าไม่ได้หนาว แค่เมื่อครู่ได้กลิ่นไม่พึงประสงค์เลยรู้สึกระคายจมูกก็เท่านั้น”
อาสวนไม่แสดงสีหน้าใดๆ “ขอรับ ท่านพูดถูก ตอนนี้ฟ้ามืดแล้วพวกเรากลับจวนกันเถอะขอรับ”
“อืม” สองนายบ่าวขึ้นรถม้าไปเม