ื่อรถม้าเคลื่อนตัวไปได้สักพักก็เห็นคนสามคนที่เดินอยู่ด้วยกัน
หยางชูเคาะประตูส่งสัญญาณให้คนขับชะลอรถม้าแล้วเขาก็เลิกม่านขึ้นมาก่อนเอ่ย “พวกท่านขึ้นมา ข้าจะไปส่ง!”
หมิงเวยเหลือบมอง “ชายหญิงแตกต่างกันนะเจ้าคะ”
“กลางดึกเช่นนี้ผู้ใดจะไปรู้ อีกอย่างพี่ชายของท่านก็อยู่ด้วยไม่ใช่หรือ”
“คุณหนูเจ้าคะ” ตัวฝูสะกิดให้นางมองจี้เสียวอู่ สีหน้าของจี้เสียวอู่ตอนนี้ดูว่างเปล่าราวกับกำลังท่องอยู่ในโลกแห่งความฝัน
หมิงเวยครุ่นคิด “ได้เจ้าค่ะ” แล้วจี้เสียวอู่ก็เดินตามพวกนางเข้าไปในรถม้าอย่างสับสน
รถม้าของจวนโป๋วหลิงโหวใหญ่มากถึงแม้ในรถจะมีคนอยู่สี่คนแต่ก็ยังกว้างขวางอยู่ดี
หยางชูโยนเสื้อคลุมบนตัวของตนให้หมิงเวย “ลมเย็นพัดตลอดทั้งคืนหากท่านกลับไปแล้วป่วยขึ้นมาจะทำอย่างไร!” หมิงเวยนึกขึ้นได้ว่าร่างกายนี้ค่อนข้างอ่อนแอจึงไม่ได้ปฏิเสธ
ตัวฝูเห็นว่าบนรถมีชาร้อนจึงรินให้ทุกคนดื่ม
“ท่านบอกว่าหนิงซิวผู้นั้นเกี่ยวข้องกับตระกูลของข้างั้นหรือ” หยางชูถามนาง
หมิงเวยตอบ “เขาสอนอยู่ที่สถานศึกษาหมิงเฉิงแน่นอนว่าเขาต้องได้รับคำเชิญจากท่านปู่หรือท่านย่าของท่านเป็นแน่”
หยางชูกลับตอบว่า “ข้าคิดว่าท่านกับเขามีความเกี่ยวข้องกัน”
“อย่างไรหรือเจ้าคะ” หมิงเวยเลิกคิ้ว
“เขาใช้กู่ฉินควบคุมพลัง ข้าเลยรู้สึกว่าวิธีของเขาดูคล้ายกับท่านมาก”
หมิงเวยตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ใช้เครื่องดนตรีจะอยู่บนเส้นทางเดียวกันเสียหน่อยเจ้าค่ะ