สะบัดเสื้อคลุมและสวมกลับไปอีกครั้ง “ถนนจากทางเข้าไปถึงเรือนยาวเพียงนี้เจ้าจะให้ข้าหนาวตายงั้นหรือ” กล่าวจบแล้วเขาก็เดินเข้าไปก่อน
“….” อาสวนมองมือของตนเองอยู่นานกว่าจะเก็บกลับไป
ตอนนี้เข้าเดือนเจ็ดเด็กหนุ่มกระฉับกระเฉงทรงพลังยังต้องสวมเสื้อคลุมอยู่หรือ ก่อนหน้านี้ลงน้ำไปแล้วยังอยู่ในรถม้าอุ่นๆ เป็นเวลานานจะมาแสร้งทำตัวอ่อนแอบอบบางอะไรกัน
หยางชูเดินไปแล้วทำเป็นไล่อาสวนออกไปอย่างรังเกียจ “ไม่ต้องตามข้ามา เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะทางแค่นี้จะเกิดเรื่องอะไรได้”
อาสวนคิดในใจแล้วเมื่อครู่ใครกันที่บอกว่าทางเดินจากประตูไปถึงเรือนไกลเพียงนั้น แต่เขาก็เข้าใจผู้เป็นเจ้านายล้วนหน้าหนากันทั้งนั้น
เขาจึงตอบอย่างว่าง่าย “ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอตัวขอรับ”
หยางชูเดินไปพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ซากกระดูกมากมายเพียงนั้นมาจากไหนกันแน่ มีกระดูกก็ต้องมีคน หรือว่า…
แล้วเขาก็หยุดฝีเท้าลงยืดตัวขึ้นและโบกพัดไปมา
“เจิง…” มีเสียงต่ำเสียงหนึ่งดังขึ้น
คลื่นเสียงระเบิดขึ้นหยางชูยกพัดบังใบหน้าเอาไว้
“เจิงๆ!” มีเสียงดังตามมาอีก
หยางชูหันหลังกลับไป เห็นได้ชัดว่าในมือของเขาเป็นพัด แต่กลับเหวี่ยงออกไปราวกับว่ามันคือกระบี่ คลื่นอากาศและคลื่นเสียงปะทะกันราวกับคลื่นน้ำที่พลิ้วไหว ไอสังหารซ่อนอยู่ทุกแห่งหน
หยางชูยืนอยู่บนกำแพงเขาเงยหน้ามองบุรุษที่ยืนถือกู่ฉินอยู่บนสันหลังคาแล้วยิ้ม “ฝีมือดี องครักษ์จวนโป๋วหลิงโหวกลายเป็นอากาศธาตุ