มีอะไรข้าจะรีบกลับมา”
จี้เสียวอู่เหลือบมองไปที่อุโมงค์ใต้สะพานที่มีแสงสว่างลอดออกมาแล้วก้มลงกระซิบถามนางว่า “คนที่เป็นวิชาคือเจ้าไม่ใช่ตัวฝูหรอกหรือ”
หมิงเวยตอบ “ตัวฝูก็เป็นวิชาหากท่านอยากเรียนก็เรียนกับตัวฝูได้”
จี้เสียวอู่ส่ายหน้า “ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น…”
หมิงเวยตบไหล่เขา “มีเรื่องอะไรกลับจวนค่อยคุยกัน ท่านรอข้าอยู่ที่นี่ก่อน”
“…อ้อ” จี้เสียวอู่มองนางเดินไปรวมกับทุกคนผ่านไปนานแล้วสติของเขาก็ยังไม่กลับมา
ตัวฝูเป็นห่วงจึงผลักเขาก่อนกล่าว “คุณชายห้า ท่านยังหนาวอยู่หรือไม่ให้บ่าวไปยืมเสื้อผ้าให้ดีหรือไม่เจ้าคะ!”
“อา” จี้เสียวอู่ส่ายหน้า “ไม่เป็นไรข้าไม่หนาว”
“แล้วเหตุใดสติของท่านถึงไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ”
“ข้า..แค่จู่ๆ…” จี้เสียวอู่คิด “แค่สงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ก็เท่านั้น”
……………
หมิงเวยเดินตามลงไปยังอุโมงค์ใต้สะพาน
ใต้น้ำนี้มีโพรงซ่อนอยู่ซึ่งมีน้ำท่วมขังอยู่ครึ่งหนึ่ง เหลยหงถือคบไฟส่องไปที่มุม “ใต้เท้าที่นี่มีซากกระดูกกระจัดกระจายอยู่ขอรับ”
ที่มุมของอุโมงค์ใต้สะพานมีกระดูกสองสามชิ้นวางอยู่ตรงนั้น น้ำในแม่น้ำสายนี้มีขึ้นมีลง เศษเนื้อบนกระดูกคงถูกกัดเซาะจนสะอาดไปหมดแล้วถึงได้มีพืชน้ำเกาะติดอยู่
เจ้าหน้าที่เข้าไปหยิบกระดูกแล้วส่งให้เจี่ยงเหวินเฟิง “ใต้เท้าขอรับ”
เจี่ยงเหวินเฟิงใช้ผ้าเนื้อดีรับกระดูกมาดูอาศัยแสงไฟจากคบเพลิงในการสำรวจและสัมผัสพืชน้ำที่เกาะต