สระฉางเล่อเชื่อมต่อกับแม่น้ำอวี๋ไต้โดยไหลเข้าสู่แม่น้ำฉางเหอทางทิศตะวันออก หยุนจิงเป็นเมืองใหญ่มีจำนวนประชากรหลายล้านคนจึงอาศัยแม่น้ำฉางเหอสายนี้ในการขนส่งเสบียง
หากอสูรน้ำเข้าแม่น้ำฉางเหอไปละก็ลำบากแน่หลังจากนี้เส้นทางสายนี้จะไม่สงบสุขอีกต่อไป!
“ไม่ต้องรีบร้อน” หยางชูตอบ “มีประตูกั้นระหว่างแม่น้ำอวี๋ไต้กับแม่น้ำฉางเหอซึ่งจะปิดในตอนกลางคืนมันไม่สามารถออกไปได้แน่”
ผู้ใดจะรู้ว่าอสูรน้ำตัวนั้นยังไม่ทันถึงประตูกั้นก็ดำดิ่งลงไปแล้ว
หมิงเวยเบิกเนตรนางเห็นอสูรน้ำค่อยๆ ดำลงไปใต้สะพานและหยุดเคลื่อนไหว เรือเล็กหยุดใกล้ๆ บริเวณริมแม่น้ำ ผ่านไปไม่นานหนิงซิวกับจวินโม่หลีก็ไล่ตามมาถึง
หนิงซิวกระโดดขึ้นฝั่งเขากวาดสายตามอง จากนั้นก็ยกมือขึ้นประสานกันแล้วถามออกไป “ไม่ทราบว่าอสูรน้ำดำไปทางไหนหรือ”
หยางชูมองแล้วชี้ไปที่อุโมงค์ใต้สะพาน “ทางนั้น”
หนิงซิวเพ่งมองแล้วเห็นว่ามีเงาจางๆ อยู่ในอุโมงค์ใต้สะพานอันมืดมิด
จวินโม่หลียังคงลอยอยู่บนผิวน้ำสีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดี “เกรงว่าจะเป็นรังของมัน”
หลายคนมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรต่อไป และในที่สุดหนิงซิวก็พูดขึ้นว่า “ข้าเองก็คิดเช่นนั้นพวกท่านต้องการลงไปหาหรือไม่”
จวินโม่หลีตอบ “แน่นอนว่าต้องลงไปอยู่แล้ว เมื่อรู้ว่าอสูรน้ำซุ่มตัวอยู่ที่นี่ หากไม่กำจัดมันเสียตั้งแต่ตอนนี้ภายภาคหน้าต้องมีคนตกอยู่ในอันตรายแน่”
หนิงซิวพยักหน้าแล้วแบกกู่ฉินขึ้นหลัง
“ช้าก่