ยังสนามแล้วพูดว่า “คนที่ตีผู้อื่นไม่ได้มีแค่พวกนาง หากข้าได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินจากปากของเจ้าในวันนี้ วันข้างหน้าเจ้าจะอยู่ยากขึ้น”
พูดจบจี้เสียวอู่ก็ตะโกนขึ้นมาว่า “เร็วๆๆ รีบไปเร็วเข้ามีคนมา!”
ทางฝั่งสนามมีคนเดินเข้ามาทางนี้เป็นจำนวนมาก นอกจากเด็กสาวที่รวมกลุ่มกันทะเลาะกับตนก่อนหน้านี้แล้ว ยังมีอาจารย์ผู้เข้มงวดและทหารหญิงสวมชุดเกราะพกอาวุธ
หมิงเวยเหลือบมองแล้วปัดเท้าจนก้อนหินลอยขึ้นไป
“ไอหยา!” จี้เสียวอู่รู้สึกปวดที่หน้าผาก ร่างกายเขาเอนไปด้านหลังจนทรงตัวไม่อยู่และตกลงจากกำแพง
“พี่ห้า!”
“จี้เหวย!” เด็กหนุ่มจากสถานศึกษาซิ่วชานเข้าล้อมรอบตัวเขา
“ชู่!” จี้เสียวอู่ทำสัญญาณมือให้เงียบและพิงกำแพงเพื่อฟังโดยไม่สนใจหน้าผากที่เจ็บปวดของตนเอง
อีกด้านหนึ่งหมิงเวยนั่งยองๆ ยื่นมือไปจับซุนเว่ยทำท่าทางเหมือนกำลังช่วยอีกฝ่าย
“อาจารย์ เป็นนางเจ้าค่ะ! นางเอางูเข้ามาในสถานศึกษาและปล่อยออกมาทำให้พวกเราตกใจ!” เหวินหรูพูดขึ้นก่อน
หมิงเวยกึ่งลากกึ่งจูงให้ซุนเว่ยลุกขึ้นมา จากนั้นก็หันไปหาอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้น
“อาจารย์” นางทำความเคารพ
อาจารย์ที่มามีสองท่าน หนึ่งคือเฉินเสวียอวี้ อีกคนเป็นผู้คุมกฎ ในสถานศึกษามีผู้คุมกฎเป็นจำนวนมากซึ่งหมิงเวยไม่สนใจที่จะจำชื่อของพวกนางและก็จำไม่ได้ด้วยว่าใครเป็นใคร
ผู้คุมกฎมองไปที่ซุนเว่ยจากนั้นก็เลื่อนสายตาไปมองหมิงเวย “พวกนางบอกว่าเจ้าเป็นคนปล่อยงูเข้ามาเรื่องเป็นอย