่างไรกันแน่”
หมิงเวยมีสีหน้าแปลกใจ “เรื่องนี้จะเริ่มอย่างไรดี งู…ข้าจะนำของเช่นนี้มาได้อย่างไรกันเจ้าคะ” ท่าทีเบื่อหน่ายของนางเป็นการแสดงออกที่ค่อนข้างจริงใจ
อันที่จริงผู้คุมกฎก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนัก เหล่าคุณหนูจากห้องหลิงหานนี้ตนยังไม่แน่ใจเลยว่าพวกนางมีนิสัยอย่างไร ก่อเรื่องอยู่ทุกวัน ไม่รู้ว่าถูกลงโทษทางวินัยไปกี่ครั้งก็ยังไม่หลาบจำ พวกนางรังแกผู้อื่นมาไม่น้อยจะถูกผู้อื่นรังแกได้หรือ
นักเรียนแซ่หลิ่วคนนั้นเป็นลมจริงๆ และตอนนี้ได้ถูกส่งตัวไปยังโรงหมอเรียบร้อยแล้ว
เหวินหรูพูดขึ้นมาว่า “เจ้ายังกล้าเล่นลิ้นอีกหรือ พวกเราเห็นหมดแล้ว!”
“ใช่! พวกเราเห็นว่าเจ้าปล่อยงูออกมา และพี่หลิ่วก็โดนมันกัด หลักฐานตำตาขนาดนี้!”
พูดจบหนึ่งในนั้นเกิดขี้ขลาดร้องไห้ขึ้นมา “พี่หลิ่วไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง หากนางเป็นอะไรขึ้นมาต่อให้เจ้ามีเก้าชีวิตก็ชดใช้ไม่พอ!”
เฉินเสวียอวี้ก็กลัวมากจนทนไม่ไหวจึงพูดขึ้นมาว่า “หมิงเวย ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผู้คุมกฎอยู่ที่นี่แล้วเจ้าตอบมาตามความจริงได้เลย มีผู้ได้รับบาดเจ็บจริงๆ ไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ!” คุณหนูพวกนี้หากบาดเจ็บขึ้นมานางรับผิดชอบไม่ไหวแน่!
“ใช่!” ผู้คุมกฎพูด “สถานศึกษาหมิงเฉิงเป็นสถานที่ที่มีเหตุมีผล ตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าเล่ามาตั้งแต่ต้นจนจบเลยหากเจ้าเป็นฝ่ายผิดก็สารภาพอย่างตรงไปตรงมายังพอให้อภัยได้ หากเจ้าไม่อธิบายอะไรเลยจะต้องรับโทษสถานหนัก!”
เฉินเสวี