นถูกอะไรบางอย่างสิงร่าง หัวหน้าซุนเองก็ตกใจจนล้มลงไป”
ผู้คุมกฎเลิกคิ้ว
คำพูดก่อนหน้านี้ฟังดูมีเหตุผลเป็นเรื่องที่พี่น้องตระกูลเหวินสามารถทำได้จริงๆ แต่ประโยคหลังนั่นคืออะไร สิงร่าง เป็นเรื่องที่ดูยุ่งเหยิงมาก!
“ซุนเว่ย เป็นอย่างที่นางเล่าใช่หรือไม่” ผู้คุมกฎถาม ซุนเว่ยกำลังจะพูด แต่กลับเห็นหมิงเวยก้มหน้ามองนางพร้อมรอยยิ้มที่ดูคุกคาม
นางตัวสั่นด้วยความตกใจและโพล่งออกไปว่า “ไม่ทราบ ข้าไม่ทราบเจ้าค่ะ! ข้าไม่เห็นอะไรเลย!”
หมิงเวยพูดว่า “อาจารย์ดูสิเจ้าคะ หัวหน้าซุนเองก็ตกใจเช่นกัน เหตุการณ์เมื่อครู่นี้น่ากลัวมากราวกับว่าพวกนางเป็นอี้เจิ้ง[1]”
“เจ้าพูดจาไร้สาระ!” เหวินหรูตะโกนขึ้น “อี้เจิ้งอะไรกัน คำพูดนี้เชื่อได้อย่างไร หลิ่วเจินเอ๋อร์ยังนอนอยู่เลยเจ้าจะปฏิเสธงั้นหรือ”
ผู้คุมกฎเองก็คิดเช่นนั้น เรื่องอื่นยังพูดคุยกันได้ แต่เรื่องนักเรียนโดนกัดจนได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้
“นางโดนกัดจริงๆ หรือเจ้าคะ” หมิงเวยพูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “เป็นไปไม่ได้! ข้าเห็นว่าบนร่างกายของนางไม่มีบาดแผลอะไร อาจารย์ ท่านช่วยตรวจดูอีกครั้งได้หรือไม่เจ้าคะ”
“จะเป็นเรื่องลวงได้อย่างไร” เหวินหรูโกรธมาก “นางล้มลงไป! เจ้ายังเล่นลิ้นอยู่ได้”
ในตอนนั้นเองหมิงเวยมองออกไปด้านนอกด้วยสีหน้าประหลาดใจ “นั่นใช่คุณหนูหลิ่วหรือไม่”
ทุกคนได้ยินดังนั้นพวกเขาก็หันหน้าไปทางสนามก็เห็นว่าเป็นคุณหนูหลิ่วเจินเอ๋อร์ที่เ