้ยินที่นางพูดหรือไม่!” คุณหนูเหวินมีสีหน้าบึ้งตึง
คุณหนูในชุดสีเหลืองฉวยโอกาสพูดขึ้นมาว่า “คุณหนูเหวิน ไม่ต้องแปลกใจเลยเจ้าค่ะ บิดามารดาของนางเสียชีวิตทั้งคู่จึงไม่มีผู้ใดคอยดูแลสั่งสอน”
แม่นางอีกคนพูดขัดจังหวะ “ไม่เพียงแค่นั้นนะ บิดาของนางเป็นนักโทษคดีกบฏที่เพิ่งถูกตัดสินประหารชีวิตไปเอง!”
“บุตรสาวนักโทษงั้นหรือ ไม่ใช่ว่าควรเข้าเจี้ยวฟาง[1]หรอกหรือ เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“เพราะฝ่าบาททรงมีพระเมตตาและใจกว้างยอมปล่อยสมาชิกครอบครัวที่เป็นหญิง แต่นางกลับหน้าใหญ่ สมาชิกหญิงคนอื่นแอบซ่อนตัวเพราะกลัวขายขี้หน้า แต่นางกล้าเข้ามารวมอยู่กับทุกคนในสถานศึกษาหมิงเฉิง”
“ภูมิหลังเช่นนี้เหตุใดอาจารย์ถึงไม่ไล่ออกไป ต้องมาเรียนร่วมกับนางทำให้พวกเราอับอายจริงๆ”
“ใช่! พวกเราไปบอกอาจารย์กันดีกว่า ให้คนเช่นนี้เข้าเรียนมีแต่ทำให้ชื่อเสียงของสถานศึกษาต้องอับอาย!”
หมิงเวยฟังแล้วได้แต่ยิ้ม คุณหนูผู้สูงศักดิ์เหล่านี้ไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมมากมายอะไร ด่ามานางก็ไม่เจ็บไม่คัน สิ่งที่นางอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้คือคุณหนูเหวินอีกคนที่ดูจะเป็นหัวหน้าของทุกคนจะทำอย่างไรกับนางกัน
เมื่อพวกคุณหนูทั้งหลายต่อว่าเสร็จในที่สุดคุณหนูสามตระกูลเหวินก็พูดขึ้นมาว่า “ข้าให้ทางเลือกเจ้าสองทาง หนึ่งคือคุกเข่ายอมรับผิดต่อหน้าน้องสี่ คำนับสามครั้งแล้วเรื่องนี้ข้าจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น”
“แล้วทางเลือกที่สองล่ะ”
“ทางเลือกที่สอง…” คุณหนู