ชายอย่างเขาคนนี้มาก!
แน่นอนว่าเพื่อนร่วมชั้นของเขาดูอิจฉาและบางคนก็พูดขึ้นมาว่า “พี่ใหญ่น้องหญิง น้ำตาลใกล้มด! จี้เหวยเจ้าโชคดีมากจริงๆ”
จี้เสียวอู่แค่นหัวเราะไม่อยากคุยเรื่องหมิงเวยกับคนพวกนี้จึงหมุนตัวเดินเข้าสถานศึกษาที่อยู่ติดกัน “พวกเจ้าอย่าพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องนี้เลย ข้าไม่เข้าเรียนหลายวันเจ้าคนแซ่จ้าวคนนั้นไม่ได้ก่อปัญหาใช่หรือไม่”
จี้เสียวอู่คนนี้บอกว่าอย่าไปใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่เรื่องของคนแซ่จ้าวคนนั้นพวกเขาไม่สนใจไม่ได้ต่างคนต่างแย่งกันพูด
“วันก่อนเขาเอาการบ้านของสู่จ้งไปเปลี่ยน”
“เมื่อวานยังบอกเสวียอวี้[1]อีกว่าพวกเราแอบเล่นไพ่”
“ยังบอกอีกว่าพวกเราขี้ขลาดต้องการนัดดวลกับพวกเรา!”
จี้เสียวอู่พับแขนเสื้อ “เอาสิ นัดดวลก็นัดดวล!”
…………
เมื่อเข้าไปในสถานศึกษาหมิงเวยก็เดินทางไปรายงานตัว อาจารย์เฮ่อมีท่าทีอ่อนโยน นางเรียกเสวียอวี้ผู้ได้รับหน้าที่รับผิดชอบห้องเรียนหลิงหานมาพาหมิงเวยไปเข้าเรียน
เสวียอวี้ผู้นี้แซ่เฉิน นางอายุไม่มากน่าจะยี่สิบต้นๆ ไม่รู้ว่าบ้านไหนให้สมาชิกที่เป็นหญิงทำงานควบสองตำแหน่งกัน นางพาหมิงเวยไปที่ห้องเรียนระหว่างทางก็บอกหมิงเวยว่า “นักเรียนห้องหลิงหานส่วนใหญ่มาจากตระกูลชนชั้นสูง พวกนางจะมีนิสัยอวดดีไปหน่อย เจ้าอย่าไปมีเรื่องกับพวกนางเลย หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ให้มาหาข้า”
หมิงเวยได้ฟังก็เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นทันที ดูเหมือนนางคงเข้ากั