รย์เฮ่อพูดคุยกันมองอีกฝ่ายกล่าวทักทายกันเป็นครั้งคราว
เนื่องจากนายท่านจี้และสามีของนางเคยทำงานร่วมกัน จี้ฮูหยินกับอาจารย์เฮ่อจึงถือว่ารู้จักคุ้นเคยกันมาบ้าง ทั้งสองคนทักทายกันและจี้ฮูหยินก็พูดเข้าประเด็น
อาจารย์เฮ่อตอบว่า “สถานศึกษาแห่งนี้เปิดการเรียนการสอน หลานสาวของท่านต้องการเข้าเรียนทางเราย่อมยินดีอยู่แล้ว แต่ว่าการสอบเข้าในปีนี้ได้ผ่านไปแล้วเมื่อเดือนสาม…”
จี้ฮูหยินเอ่ยขอร้อง “เด็กคนนี้ฉลาดหลักแหลม พวกเราไม่ต้องการส่งนางเข้าเรียนสถานศึกษาอื่นรบกวนท่านช่วยผ่อนผันด้วยเถิด”
อาจารย์เฮ่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อันที่จริงมีห้องเรียนหนึ่งที่ยังสามารถเข้าเรียนได้ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ล้วนเป็นคุณหนูที่มาจากตระกูลชนชั้นสูงคงไม่น่าเข้ากันได้…”
จี้ฮูหยินรีบตอบไปว่า “หลานสาวของข้าคนนี้นิสัยอ่อนโยน มั่นคง รู้ความเป็นอย่างดี ไม่เกิดความขัดแย้งกับคุณหนูทั้งหลายแน่นอน” อาจารย์เฮ่อยิ่งลังเล ที่นางกลัวไม่ใช่หมิงเวยไปขัดแย้งกับผู้อื่น แต่เป็นสู้ไม่ได้ต่างหาก…
แต่จี้ฮูหยินเอาแต่พูดอย่างเดิมซ้ำๆ ไปมา เมื่อนึกถึงนายท่านจี้ นางก็ผ่อนคลายลง “เอาล่ะ พรุ่งนี้ท่านพานางมาทดสอบเพื่อดูระดับความรู้ของนางก่อนเถิด”
อีกทั้งยังบอกเนื้อหาการสอบให้แก่พวกนาง
สถานศึกษาหมิงเฉิงนั้นคล้ายกับสถานศึกษาทั่วไป มีแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย วิชาขงจื๊อ วิชาคำนวณ หลักคุณธรรมเป็นวิชาบังคับ กวีประพันธ์ เขียนภาพ ดนตรี ขี่ม้ายิงธนูเป็นวิ