ให้ท่านพ่อได้เลื่อนขั้น มิฉะนั้นด้วยบุคลิกของท่านพ่อแปดร้อยปีคงไม่ได้ดำรงตำแหน่งซือเย่”
จี้หลิงตกตะลึง “ก็มีเหตุผล…”
ภรรยาของเขาหาวก่อนพูดต่อ “พี่จี้ ท่านอย่าไปกังวลเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย แค่เรื่องเล็กน้อยเรื่องเดียวผ่านสมองของท่านคงต้องผ่านไปอีกแปดร้อยหยัก นอนกันเถอะเจ้าค่ะ หากมีเวลาคิดเรื่องนี้สู้เก็บพลังสมองไว้สำหรับการสอบประเมินปีหน้าดีกว่า…” แล้วนางก็หลับไป
“….” จี้หลิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำสมองแปดร้อยหยักของเขาให้โล่ง แล้วไปหาท่านโจวกง[4]
เช้าวันถัดมาหมิงเวยได้ไปสถานศึกษาอีกครั้ง และการสอบของนางก็ผ่านไปอย่างราบรื่น วิชาเลือกที่นางเลือกสอบก็คือดนตรีและขี่ม้ายิงธนู ซึ่งผู้สอนมีท่าทีพอใจเป็นอย่างมากและนำชื่อของหมิงเวยเข้าสู่บัญชีรายชื่อ
ดังนั้นหมิงเวยจึงกลายเป็นนักเรียนของสถานศึกษาหมิงเฉิง ห้องหลิงหาน
สถานศึกษาแห่งนี้มีทั้งหมดสิบสองห้องเรียนซึ่งตั้งชื่อได้น่าสนใจมาก หานอิง จ้าวอิ่ง ชูฉุ่ย เหมยอวี่…
หมิงเวยคิดดูแล้วพบว่าเป็นการตั้งชื่อตามสภาพอากาศตามเดือนทางจันทรคติ เดือนหนึ่งวสันตฤดูเยือน เดือนสองดอกซิ่งทอดเงา เดือนสามงานเลี้ยงสุรา เดือนสี่พิรุณตกไม่ขาดสาย…และความหนาวอันเย็นเยียบในเดือนสิบสอง
ผู้ใดบอกว่านางเข้าช้า แต่เพราะนางอยู่ได้แค่ห้องหลิงหานต่างหาก
วันที่เข้าเรียนนางเห็นจี้เสียวอู่ยืนอยู่ที่ประตูด้วยท่าทางไร้อารมณ์
“พี่ห้า ท่านมายืนทำอะไรตรงนี้กัน”
จี้เสียวอู่ตอบอย่าง