ด้วยหลักฐานการก่ออาชญากรรมในคดีของฉีตงจวิ้นอ๋อง ในที่สุดก็ได้ผลสรุปจากการพิจารณาคดีโดยสามศาลสูงได้แก่ศาลต้าหลี่ กรมอาญาและสำนักตรวจการ
หลังจากนั้นไม่นานก็มีสาส์นที่กราบทูลหลังผ่านสำนักงานเสนาบดีต่อหน้าพระพักตร์เพื่อตัดสินโทษประหารชีวิต
ฉีตงจวิ้นอ๋องเป็นหัวหน้าผู้กระทำความผิดถูกตัดสินด้วยการประทานสุราพิษ ส่วนผู้สมรู้ร่วมคิดให้ประหารด้วยการตัดหัว แขวนคอและเนรเทศ ทรัพย์สินของครอบครัวถูกยึด ส่วนสมาชิกในครอบครัวที่เป็นหญิงจะถูกปล่อยตัว
ในเรือนจำ ฉีตงจวิ้นอ๋องยังไม่ทันฟังคำสั่งของฮ่องเต้จบ ในหัวมีเสียงหึ่งๆ จนเขาสับสนมึนงง ฉีตงจวิ้นอ๋องเงยหน้าขึ้นแล้วเขาก็เห็นสุราพิษที่คนนำเข้ามา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกลัว
“ไม่ๆ!” เขารีบวิ่งไปที่ประตูห้องขัง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ด้านหน้าขวางเอาไว้
“เจี่ยงเหวินเฟิง!” ผมเผ้าของเขากระเซอะกระเซิงดูราวกับคนบ้า “ท่านบอกว่าหากสารภาพแล้วฝ่าบาทจะให้ความเมตตาไม่ใช่หรือ!”
เจี่ยงเหวินเฟิงยืนอยู่นอกห้องขังมองเขาด้วยสีหน้าเฉยเมย “ท่านอ๋อง ข้าน้อยบอกแล้วว่าฝ่าบาททรงมีพระเมตตา แต่สิ่งที่ท่านก่อนั้นเป็นความผิดฐานทรยศ ฝ่าบาทจึงปล่อยสมาชิกในครอบครัวที่เป็นหญิงซึ่งถือว่าเป็นพระเมตตาอันสูงส่งแล้ว”
“ไม่นะ!” ใบหน้าของฉีตงจวิ้นอ๋องที่ถูกจับนั้นบิดเบี้ยว ลูกตาแทบปูดออกมา เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะหลุดออกไปให้ได้ “เปิ่นหวางไม่อยากตาย เปิ่นหวางไม่อยากตาย! ทั้งหมดนี่เป็นเพราะนายท่านสาม