ูกส่งคืน”
หมิงเวยถามเขา “นายท่านสี่ไถ่ถอนตัวเองเสร็จพวกเขาก็ไม่มีทรัพย์สินอะไรแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ”
หยางชูพยักหน้า “ทรัพย์สินที่พวกเขาได้คืนมีไม่มากนัก”
หมิงเวยถอนหายใจ “ข้าขอยืมคนของท่านได้หรือไม่เจ้าคะ”
…………
ยามออกจากคุกหมิงเฉิงรู้สึกเหมือนหลุดมาอีกโลกหนึ่ง เขาได้รับการดูแลที่ไม่ได้เลวร้ายนัก ห้องคุมขังที่อยู่สะอาดดี อาหารที่นำมาให้ในทุกๆ วันก็สดใหม่ แต่สถานที่อย่างคุกหลวงทั้งมืดมิดและมีกลิ่นอับ สิบวันที่ถูกขังอยู่ที่นั่น คนที่ร่างกายอ่อนแอเกรงว่าจะป่วยหนักเอาได้
“พี่สี่ พวกเราจะไปที่ใดกันหรือ” เสียงของน้องเก้าดังกระทบหูของเขา
เขายิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วก้มลงพูดปลอบใจไปว่า “พวกเรารอท่านแม่กับอาเซียงก่อน…”
“เฉิงเอ๋อร์!” เขาได้ยินเสียงเรียกเมื่อหันกลับไปก็เห็นมารดาของตน ตั้งแต่ถูกพาออกเดินทาง เขาก็ไม่เห็นมารดากับน้องสาวเลย ยังไม่ถึงสองเดือนเขาก็แทบจำพวกนางไม่ได้
เสื้อผ้าที่พวกนางสวมใส่นั้นเก่า ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าแห้งเหี่ยว โชคดีที่พวกนางยังดูมีชีวิตชีวา ดูเหมือนพวกนางจะไม่ได้รับความทุกข์ทรมานทางร่างกายแต่อย่างใด
“ท่านแม่!” หมิงคุนตะโกนเรียกแล้ววิ่งไปหามารดาและพี่สาว ฮูหยินสี่กอดบุตรชายคนเล็กแล้วร้องไห้ออกมา หมิงเฉิงเดินเข้าไปหาทั้งสี่คนกอดกันและร้องไห้ หลังจากร้องไห้ไปสักพักหมิงเฉิงก็ถามมารดา “ท่านพ่อล่ะขอรับ”
ฮูหยินสี่เช็ดน้ำตาและตอบไปว่า “ท่านพ่อของลูกถูกตัดสินเนรเทศและอนุญาตให