ับคนผู้นั้นหรือแล้วเหตุใดข้าถึงเกิดในตระกูลหยาง”
“เอาอย่างนี้เจ้าค่ะ” หมิงเวยวิเคราะห์ให้เขาฟังทีละเรื่อง “ทิ้งความเป็นไปได้นั้นไป มารดาท่านอยู่กับคนผู้นั้นน่าจะเป็นช่วงหลังที่บิดาท่านเสียไป และมีความเป็นไปได้สูงที่ท่านจะเป็นบุตรของนายท่านหยางรองไม่ใช่บุตรที่เกิดจากความสัมพันธ์ชู้สาว…”
“เป็นไปไม่ได้” หยางชูส่ายหน้า “หากเป็นเช่นนั้นจริงเหตุใดท่านย่าถึงพูดแบบนั้นก่อนที่ท่านจะเสียล่ะ”
“มันแปลกที่ตรงนี้เจ้าค่ะ” นางพูด “บังคับให้บุตรชายตนเองถูกสวมหมวกเขียวคนปกติเขาไม่ทำเช่นนั้นกันหรอก ดังนั้นข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง หนึ่งคือเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ท่านย่าของท่านอาจทนทุกข์ทรมานจากการสูญเสียบุตรชายมานานนับสิบกว่าปีท่านจึงสับสนก่อนเสียชีวิตถึงได้พูดออกไปเช่นนั้น”
หยางชูส่ายหน้าปฏิเสธเขาไม่เชื่อมันไม่น่าเป็นไปได้ หมิงเวยเองก็ไม่เชื่อ นางเชื่อในทักษะการดูชี่ของตนเองแค่ดูก็รู้แล้วว่าหยางชูนั้นต่างออกไปเพราะเขามีชี่ของมังกรที่แท้จริงแม้จะเบาบางก็ตาม กล่าวได้ว่ามีเพียงราชวงศ์ที่แท้จริงเท่านั้นที่จะมีโชคชะตาเช่นนี้ ต้องเป็นสายเลือดมังกรเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นสายเลือดเจือจางของราชวงศ์สองรุ่นไม่มีทางที่จะแสดงออกเช่นนี้
“ความเป็นไปได้ที่สองคือ มารดาของท่านกับคนผู้นั้นอาจมีอดีตที่ไม่สามารถบอกได้ เกิดความผิดพลาดจนมีท่านขึ้นมา”
หมิงเวยพูดถึงเรื่องนี้แล้วส่ายหน้า “พูดตามตรงข้ารู้สึ