กว่าท่าทีของท่านย่าของท่านแปลกมาก นางรักและดูแลท่านมาสิบหกปีเหตุใดถึงได้มาพูดเรื่องเช่นนี้ก่อนตาย พูดง่ายๆ อาจจงใจให้ท่านรับไม่ได้”
“เพราะอย่างนั้นข้าเลยต้องการทำให้แน่ใจ” หยางชูพูด “หลังจากนั้นข้าก็จำเหตุการณ์ตอนที่ข้ายังเด็กได้ เมื่อข้าอายุประมาณเจ็ดแปดขวบ ท่านย่าพาข้าไปที่เสวียนตูกวันเพื่อไปพบนักบวชซอมซ่อท่านหนึ่ง เขาเห็นข้าเป็นครั้งแรกก็พูดขึ้นว่าข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป”
“เสวียนตูกวันงั้นหรือ เขาเป็นเสวียนชื่อหรือเจ้าคะ”
หยางชูพยักหน้าช้าๆ “จนถึงตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้ใด ตอนนั้นท่านย่าทิ้งข้าไว้กับเขาแล้วจากไป นักบวชซอมซ่อผู้นั้นถามข้าว่าอยากไหว้เขาเป็นอาจารย์หรือไม่ ข้าไม่อยากเป็นเสวียนชื่อจึงปฏิเสธไปซึ่งเขาก็ไม่บังคับข้า พอสอนข้าไปได้สักพักเขาก็จากไป”
“เขาสอนอะไรท่านหรือ” หมิงเวยรู้สึกสนใจมาก
หยางชูเลิกคิ้วก่อนกล่าว “เดิมทีเขาอยากสอนเคล็ดวิชาให้ข้า แต่เขาบอกว่าตามกฎแล้วไม่สามารถถ่ายทอดได้ หากอยากเรียนรู้จริงๆ ต้องยกเขาเป็นอาจารย์และเข้าเรียนที่นี่ ในเมื่อข้าไม่ยกเขาเป็นอาจารย์เขาเลยสอนวิชากระบี่ให้ชุดหนึ่ง ข้าอยู่กับเขาอยู่ประมาณสองสามเดือนได้ ตอนที่เขาจากไปท่านย่าก็มารับข้า…”
เขาตกอยู่ในห้วงความคิดผ่านไปสักพักก็พูดขึ้นว่า “ท่านย่าพูดคุยกับเขาในห้องและให้ข้าออกไปเล่น แต่ข้าแอบฟังพวกเขาอยู่นอกหน้าต่าง นักบวชผู้นั้นพูดว่าเดิมทีเขาอยากพาข้าไปด้วย พาออกไปจากโลกโลกีย์นี้ แต่น