่าเสียดายที่ข้ากับเขาไร้วาสนาการเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์…”
“แล้วท่านย่าของท่านว่าอย่างไรเจ้าคะ”
หยางชูส่ายหน้า “ท่านย่าไม่พูดอะไร ท่านแค่ขอบคุณเขาอย่างจริงใจแล้วถามเขาว่ามีโอกาสที่จะได้เจอเขาอีกหรือไม่ เขาบอกว่าน่าจะไม่ได้เจอกันแล้ว ท่านย่าถามอีกว่า ชะตากรรมของข้ามีวิธีแก้หรือไม่ แต่นักบวชกลับบอกว่าหากอยากมีชีวิตยืนยาวทางที่ดีที่สุดคือไม่ต้องแก้ไขอยู่คนเดียวไปจนแก่เฒ่าไม่มีอะไรไม่ดี อีกทั้งเขาจะได้รับอิสระมากมายเสียอีก”
หมิงเวยได้ยินก็เข้าใจขึ้นมา “เขาหมายถึงดวงกินภรรยาของท่านน่ะหรือ”
หยางชูพยักหน้า “แต่ท่านย่าก็ยังเพิกเฉย หลังจากนั้นก็จัดงานหมั้นให้ข้า แต่ผลลัพธ์…” เขาถอนหายใจ “มีเด็กผู้หญิงเสียชีวิตไปสามคนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของท่านย่าไม่มั่นคงมานานแล้ว”
หมิงเวยส่ายหน้า “ผิดแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าว่าอะไรนะ”
“พวกนางไม่ได้เสียชีวิตเพราะหมั้นหมายกับท่าน แต่เป็นเพราะโชคชะตาของพวกนางไม่ดีถึงได้มาหมั้นหมายกับท่าน” หมิงเวยอธิบายให้เขาฟัง “ที่เรียกชะตาข่มครอบครัวนั้น อันที่จริงก็ไม่ได้ลึกลับขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ ต้องมีโชคชะตาก่อนถึงจะมีข่มครอบครัวได้ อย่างเช่นสามีภรรยาคู่หนึ่งมีโชคชะตาไม่ดี เด็กที่เกิดมาก็จะมีชะตาข่มครอบครัว และถึงแม้จะไม่มีบุตรพวกเขาก็โชคร้ายอยู่ดี”
“เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ” หยางชูคิดแล้วถามนางไปว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าต้องตามหาคนที่มีโชคชะตาที่ดีงั้นหรือถึงจะแก้ไขได้”
หมิงเวยยิ้ม “ศ