รถนั่งบนบัลลังก์ได้อยู่อีกหรือ”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่ว่า…”
หมิงเวยเข้าใจดีเป็นเพราะมีเรื่องนี้มีเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลมากมาย เขาถึงต้องทนทุกข์ทรมานทั้งวันทั้งคืนไม่สามารถพาตัวเองให้ผ่านไปได้
“แล้วท่านจะทำอย่างไร”
หยางชูมองมาที่นาง “ขนาดเกิงซานที่ตายไปสิบปีท่านยังให้เขาตอบคำถามได้ ถ้าอย่างนั้นคนที่ตายไปสิบเก้าปี…”
“ไม่ได้ๆ!” หมิงเวยกล่าวปฏิเสธ “หากท่านต้องการให้ข้าเรียกวิญญาณของนายท่านหยางคนรองละก็ข้าทำไม่ได้เจ้าค่ะ”
หยางชูเลิกคิ้ว “ท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่า ไม่ว่าคนตายแบบไหนท่านก็สามารถทำให้เขาเปิดปากได้…”
“นั่นเป็นข้าที่โกหกท่านต่างหาก!” หมิงเวยพูดขัดจังหวะเขา “สถานการณ์ในตอนนั้นข้าอวดความสามารถของตัวเองมากเกินไป ในความเป็นจริงแล้วการเรียกวิญญาณไม่เพียงแต่เปลืองแรง แต่อัตราความสำเร็จยังต่ำด้วย หากดวงวิญญาณไม่หมกมุ่นพอก็ไม่สามารถล่องลอยอยู่ในโลกมนุษย์ได้ จำนวนวิญญาณที่เหลืออยู่นั้นที่จริงแล้วน้อยมาก ระยะเวลาสิบเก้าปีนี้เกรงว่าคงไปเกิดใหม่นานแล้ว…”
ประโยคหลังนั้นภายใต้แววตาอันมืดครึ้มที่จ้องมองมาเสียงของนางค่อยๆ เบาลง
หากนางไม่ตอบรับก็ไม่คิดหาทางแก้ไขให้นางเลยหรือ!
…………….