ีก”
เขาก้มหน้าลง “ขอบพระทัยฝ่าบาท”
โชคดีที่ฮ่องเต้ไม่ได้คีบอาหารให้เขาอีกหยางชูก้มหน้าทานอาหารเงียบๆ หูฟังฮ่องเต้คีบอาหารให้สนมตนพร้อมทั้งพูดคุยหัวเราะกันเป็นครั้งคราว เขาฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เมื่อรับประทานอาหารเสร็จก็พักผ่อนอีกสักพักหยางชูก็ขอตัวกลับ
เผยกุ้ยเฟยดูไม่ค่อยเต็มใจนัก “จะกลับแล้วหรือ เจ้าไม่ค่อยได้มาที่นี่ น้ายังอยากอยู่กับเจ้าต่ออีกสักพักหนึ่ง”
หยางชูตอบ “ฟ้ามืดแล้วขอรับ ขุนนางไม่ควรอยู่ในเขตพระราชวัง”
เผยกุ้ยเฟยไม่มีทางเลือกจึงสั่งให้คนไปนำของบางอย่างมาเป็นผลอิงเถาและหยางเหมยตามฤดูกาลเอาไว้ทานเล่นจะถูกส่งไปที่จวนโป๋วหลิงโหว
ฮ่องเต้มองแล้วได้แต่ยิ้ม หยางชูกล่าวขอบคุณและเดินตามชุยชุ่นออกจากพระราชวังเชียนชิว หลังจากเดินออกไปได้ร้อยจั้ง เขามองย้อนกลับไปที่ประตูพระราชวังแล้วยิ้มเย้ยหยัน
การดำรงอยู่ที่น่าอับอายเช่นนี้จะมาแสดงความรักความเมตตาอะไรต่อหน้าเขาอีก เขาไม่ควรมีชีวิตอยู่เหมือนกับชื่อของตน
ชู หมายถึงความตาย
…………
ในพระราชวังเชียนชิวฮ่องเต้ดื่มชาเพื่อย่อยอาหาร
“เจ้าไม่อยากให้เขาไปงั้นหรือ” เขาเอ่ยถามเบาๆ
เผยกุ้ยเฟยม้วนภาพเก็บช้าๆ “เขายิ่งเติบใหญ่ ยิ่งรักน้อยลง”
ฮ่องเต้ตอบไปว่า “ตอนนี้เขาเติบใหญ่แล้วรับราชการเป็นขุนนาง การเข้าพระราชวังเดิมทีเป็นเรื่องผิดกฎ”
เผยกุ้ยเฟยเงยหน้ามองเขาก่อนเอ่ยว่า “ฝ่าบาทไม่โปรดให้เขามาหรือเพคะ”
ฮ่องเต้ถอนหายใจ “เจิ้นจะชอบได้อย่างไร พอเขาม