ังไม่ทานอะไรเลย ชูเอ๋อร์เองก็ต้องทานเหมือนกัน เขายังเด็กมีพละกำลังเต็มเปี่ยมจะทนหิวได้อย่างไร”
เผยกุ้ยเฟยตบหน้าผากตนเอง “หม่อมฉันลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย ฝ่าบาทเสวยหรือยังเพคะ”
“เจิ้นรู้ว่าพวกเจ้ายังไม่ทานแน่นอนจึงรอทานพร้อมพวกเจ้ายังไงล่ะ” ฮ่องเต้ตรัส “ในเมื่อพวกเจ้าสองคนอยู่ที่นี่ไม่ต้องกลับไปที่ท้องพระโรงหรอก พวกเราขึ้นไปทานอาหารกันเถอะจะได้ชมทิวทัศน์ไปด้วย”
เผยกุ้ยเฟยยิ้ม “ฝ่าบาททรงคิดมารอบคอบแล้ว”
ชั้นสองของตำหนักหลิงติงมีความนุ่มนวลมากเนื่องจากเป็นห้องของสตรี แต่เพราะอยู่ที่สูงจึงสามารถเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้ เดิมทีพระราชวังเชียนชิวไม่มีตำหนักหลิงติง แต่ฮ่องเต้ทรงสร้างห้องเขียนภาพนี้เพื่อเผยกุ้ยเฟยโดยเฉพาะ
ชั้นล่างเขียนภาพ ชั้นบนชมทิวทิศน์ หากยืนอยู่ตรงนี้ก็จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของพระราชวังได้
ในยามแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทั้งภายในและภายนอกพระราชวังถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีส้มอันอบอุ่น ว่านต้าเป่ายกอาหารเข้ามาฮ่องเต้โบกมือขึ้น
“พวกเจ้าไม่ต้องอยู่รับใช้หรอกไปรอข้างล่างเถอะ!”
“พะย่ะค่ะฝ่าบาท” เหล่าขันทีและนางข้าหลวงถอยออกไปอย่างเงียบๆ
ฮ่องเต้คีบอาหารด้วยตนเอง “พระสนม นี่เป็นอิงเถาที่เจ้าชื่นชอบ” แล้วคีบให้หยางชู “ชูเอ๋อร์ชอบทานเอ็นกวาง”
หยางชูวางชามตะเกียบเตรียมขอบคุณแต่ก็ถูกอีกฝ่ายห้ามไว้ “ทานให้อร่อย ไม่จำเป็นต้องไหว้ขอบคุณหรอก เจ้ายังเด็กทานเข้าไปเยอะๆ อย่างไรเจ้าก็ยังต้องฝึกวรยุทธ์อ