หลี่ยมจัตุรัสวางอย่างเรียบร้อยถูกคีบขึ้นมาด้วยตะเกียบยาวแล้ววางลงไปในหม้อน้ำมัน เต้าหูกลายเป็นสีทองอย่างรวดเร็ว ตักใส่ชามสีขาว โรยต้นหอมจากนั้นปรุงด้วยน้ำราดรสเผ็ด
“เต้าหู้ทอดตระกูลเสิ่น พวกเขาเปิดร้านมาร้อยปีแล้วตั้งแต่ราชวงศ์ก่อน พวกเขาขายเต้าหู้ทอดในหยุนจิงจนตอนนี้ก็ยังขายอยู่” หมิงเวยเพิ่งทานหูปิ่งเสร็จก็มองเขาต่อ
จี้เสียวอู่ถูกนางมองอยู่สักพักก็สบถเสียงเบาเขาปัดเศษหูปิ่งออกจากตัวแล้วลงไปซื้อเต้าหู้ทอด แล้วหมิงเวยกับตัวฝูก็ได้มาคนละหนึ่งชาม
เดินไม่ถึงสองก้าวก็เห็นคนต่อแถวเป็นแนวยาว
“พี่ห้า นั่นเขาต่อแถวอะไรกันหรือเจ้าคะ”
“น้ำแกงบ๊วยเค็มอู๋จี้ ใสดั่งอำพัน มีรสสัมผัสเปรี้ยวหวาน…”
เมื่อพูดไปได้ครึ่งทางก็เห็นท่าทางของนาง จี้เสียวอู่ได้แต่ยอมรับชะตากรรมไปเข้าแถวซื้อน้ำแกงบ๊วยเค็ม ผ่านไปสักพักเขาก็กลับมาพร้อมน้ำแกงบ๊วยเค็มสองชาม หมิงเวยรับมาหนึ่งชามและยื่นมือออกไปอีกครั้ง
จี้เสียวอู่เพิ่งยกชามขึ้นมองมือของนาง “ทำไมข้าเองก็จะดื่ม!”
“แต่ตัวฝูยังไม่ได้ดื่มเลยนะเจ้าคะ!”
จี้เสียวอู่ถลึงตาจ้องนาง “นางเป็นแค่สาวใช้ มีสิทธิ์อะไรมาแย่งข้ากัน”
คนอื่นๆ ในครอบครัวที่ถูกจัดอันดับอยู่หน้าเขาก็ช่างไปเถอะ แต่ตอนนี้แม้แต่ตำแหน่งสาวใช้ยังอยู่เหนือเขาด้วยหรือ
หมิงเวยมองเขาแล้วยิ้ม
จี้เสียวอู่ถูกนางยิ้มให้นึกภาพตนเองแย่งน้ำแกงบ๊วยเค็มกับสาวใช้แล้วรู้สึกค่อนข้างขายหน้าจึงจำใจมอบน้ำแกงชามนี้ให้แล้วไปต่อแถ