วซื้อใหม่อีกรอบ
เมื่อดื่มน้ำแกงบ๊วยเค็มเสร็จก็เห็นว่ามีร้านขายเนื้อแกะ หมิงเวยยังไม่ทันได้เปิดปาก จี้เสียวอู่ก็ชิงพูดขึ้นมาว่า “เจ้ายังจะกินต่ออีกหรือ ข้าวเช้าก็เพิ่งทานไป เมื่อครู่ก็กินทานตลอดทางท้องของเจ้ายังไม่เต็มอีกหรือไร” หมิงเวยยังคงมองเขาแล้วยิ้มให้
จี้เสียวอู่ยืนหยัดได้เพียงครู่เดียวก็เดินไปที่ร้านขายเนื้อแกะ เดินไปกินไปตลอดทางแล้วจี้เสียวอู่ก็สะอึก ส่วนอีกสองคนไม่เห็นเป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
เขาสงสัย “เจ้าสองคนยังไม่อิ่มอีกหรือ”
ตัวฝูตอบอย่างตรงไปตรงมา “ทำไมต้องอิ่มด้วยเจ้าคะ พอทานเข้าไปเมื่อพลังโคจรอาหารที่ทานไปก็ย่อยหมดแล้ว”
จี้เสียวอู่เบิกตากว้าง “อะไรนะ เมื่อครู่เจ้าว่าอะไรนะ พูดอีกรอบสิ!”
ตัวฝูพูดอีกรอบ “ทำไมต้องอิ่มด้วย”
“ไม่ใช่ ข้าหมายถึงประโยคอื่น”
“เมื่อพลังโคจรอาหารที่ทานไปก็ย่อยหมดแล้ว”
“ใช่ๆๆ!” จี้เสียวอู่รู้สึกตื่นเต้น “เจ้าเป็นแค่สาวใช้ขี้เหร่ เหตุใดถึงมีพลังได้กัน”
ตัวฝูกำลังจะตอบ แต่หมิงเวยเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ตัวฝู”
“ว่าอย่างไรเจ้าคะคุณหนู”
“หากมีคนไร้มารยาทมาสนทนากับเจ้า เจ้าต้องทำอย่างไร”
ตัวฝูครุ่นคิด “ไม่สนใจเขาเจ้าค่ะ”
หมิงเวยพยักหน้า “ใช่” และแล้วตัวฝูก็หุบปากลง
จี้เสียวอู่โกรธ “ทำไมข้าจะไม่รู้มารยาท เดินเป็นเพื่อนพวกเจ้านานขนาดนี้ ถามอะไรไปก็ไม่ตอบ!”
หมิงเวยถามเขา “สาวใช้ขี้เหร่ นี่เรียกว่ามีมารยาทงั้นหรือเจ้าคะ”
“เอ่อ…” เขาพึมพำ “ก็แค่สาวใช้คนหนึ่งไม่จำเ