ป็นต้องใส่ใจเลย!”
หมิงเวยหันไปพูดกับคนขับรถ “ไปถนนเส้นนั้น”
“เดี๋ยวสิ!” จี้เสียวอู่รีบพูด “เอาล่ะๆๆ ข้าผิดเอง” พูดแล้วก็ยกมือขอโทษตัวฝู
“ขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว” ตัวฝูมองคุณหนูของตน เห็นนางพยักหน้าให้จึงตอบกลับไปว่า “ใช่เจ้าค่ะ บ่าวมีพลัง”
จี้เสียวอู่รีบถาม “เป็นพลังใช้หลบซ่อนหรือเปล่า สามารถเดินทางพันลี้ภายในหนึ่งวันได้หรือไม่”
หมิงเวยหัวเราะ “พลังที่ท่านพูดถึงไม่มีอยู่จริงหรอกเจ้าค่ะ พลังของตัวฝูมีไว้เพื่อปราบภูติผีปีศาจ!”
“ขับไล่ภูติผีปีศาจ!” ดวงตาของจี้เสียวอู่เป็นประกาย “เป็นเคล็ดวิชาใช่หรือไม่ ข้าได้ยินว่าผู้เป็นเคล็ดวิชามีน้อย แต่คนในเสวียนตูกวันสามารถทำได้ แต่ตาของพวกเขางอกอยู่บนหัว[1] ไม่สนใจใคร ข้าเคยไปคุกเข่าอยู่หน้าเสวียนตูกวันอยู่หลายวันหลายคืน แต่สุดท้าย…”
เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองพูดพล่ามออกไปจี้เสียวอู่ก็รีบหยุดพูด
หมิงเวยหรี่ตามองเขา “ท่านเคยไปคุกเข่าอยู่หน้าเสวียนตูกวันด้วยหรือแล้วหลังจากนั้นเป็นอย่างไร”
เมื่อเห็นว่านางไม่มีเจตนาหัวเราะเยาะเขาจี้เสียวอู่จึงพูดต่อไปว่า “อย่าพูดถึงมันเลย พวกเขาไม่สนใจก็คือไม่สนใจ หลังจากนั้นท่านพี่ก็มารับข้ากลับไปในหนังสือไม่ได้เขียนไว้หรอกหรือว่าให้คุกเข่าเป็นเวลาสามวัน ตากฝนได้ยิ่งดี แล้วผู้สูงส่งจะเห็นถึงความจริงใจของเรา”
หมิงเวยคิดในใจมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่เชื่อ ผู้ที่อยากเรียนเคล็ดวิชา ผู้ที่มีความสามารถมากมาย ผู้ที่ไม่เข้าตาต่อให้คุก