“คุณหนูเจ้าคะ” ตัวฝูอาศัยจังหวะที่พี่สะใภ้อยู่ในครัวถามเสียงเบา “บ้านเล็กเช่นนี้ พวกเราอาศัยอยู่ที่นี่ได้หรือเจ้าคะ”
หมิงเวยตอบ “เดิมทีบ้านท่านลุงมีพี่หญิงอีกสองคนอาศัยอยู่ต้องมีที่ให้เราอยู่อยู่แล้ว”
“แต่ว่า…” หมิงเวยโบกมือ “เจ้าอย่าพูดเรื่องนี้อีก”
นางรู้ว่าตัวฝูต้องการพูดอะไร จวนตระกูลหมิงที่ตงหนิงนั้นกว้างขวาง สวนอวี๋ฟางใหญ่ขนาดนั้นมีแค่พวกนางสองคนแม่ลูก จวนตระกูลจี้เล็กเพียงนี้เกรงว่าจะต้องแบ่งหนึ่งหรือสองห้องให้
ตัวฝูกังวลว่านางจะมีชีวิตอยู่อย่างไม่สะดวกสบาย แต่หมิงเวยกลับไม่คิดอย่างนั้น เดิมทีนางเป็นคนท่องยุทธจักร พื้นที่เพียงสามฉื่อนางก็อยู่ได้ นางไม่ได้ต้องการอยู่พื้นที่กว้างขวางขนาดนั้น
แต่แม่นมถง ปิงซิน และซู่เจี๋ยยังเดินทางมาไม่ถึง เมื่อพวกนางมาถึงแล้วก็คงอยู่ที่ตระกูลจี้ไม่ได้…ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที
ไม่นานจี้ฮูหยินก็กลับมา นางเป็นหญิงวัยกลางคนที่ธรรมดา แม้จะดูมีอายุไปหน่อย
เมื่อนางเห็นหมิงเวย ดวงตากลมของนางก็แดงระเรื่อก่อนจะเข้ามากอดหมิงเวยแล้วร้องไห้ “อาอวี๋ อาอวี๋ที่น่าสงสาร! ไม่เจอกันมานานหลายปี แต่ตอนนี้กลับไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากันอีกแล้ว เด็กคนนี้โตมาได้เหมือนเจ้ามาก!”
หมิงเวยไม่ชอบอยู่ใกล้ผู้คนมากเกินไป แต่เมื่อเห็นนางร้องไห้อย่างจริงใจทำให้หัวใจของนางอ่อนยวบลง แม่นมถงบอกว่าเมื่อตอนที่ท่านแม่ยังไม่ออกเรือน ก็ได้พี่สะใภ้คอยช่วยดูแลที่บอกว่าท่านป้าเป็นคนดีมากดูท่