าจะเป็นเรื่องจริง
หลังจากร้องไห้สักพักจี้ฮูหยินก็เช็ดน้ำตาและพูดกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ป้าไม่ได้ทำให้หลานตกใจใช่หรือไม่ ที่จริงแล้วป้าไม่ได้พบท่านแม่ของหลานมาหลายปี ป้าคิดถึงนางมาก แต่คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว…เด็กดี เรื่องในครอบครัวของหลาน พี่ใหญ่ของเจ้าได้เขียนจดหมายมาบอกแล้วหลังจากนี้เจ้าก็อยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถอะ ถึงในเรือนจะคับแคบไปหน่อย เทียบกับเรือนที่หลานเคยอยู่ไม่ได้ แต่อย่าได้รังเกียจกันเลย…”
หมิงเวยยิ้ม “ตอนนี้หลานไม่มีบ้านให้กลับ ท่านป้าเต็มใจรับหลานมาอยู่ด้วย หลานซาบซึ้งใจมากจะรังเกียจได้อย่างไรกันเจ้าคะ”
“ดีๆ” จี้ฮูหยินตบมือนางเบาๆ “หลานเดินทางมาเหนื่อยๆ ไปนั่งพักก่อนเถิด ป้าจะทำอาหารอร่อยๆ ให้หลานทาน” พูดจบนางก็รีบเดินออกไป
ตัวฝูแปลกใจเล็กน้อย “คุณหนูเจ้าคะ”
“หืม…”
“เรือนของนายท่านจี้ดูแตกต่างมากเลยเจ้าค่ะ!”
หมิงเวยยิ้ม “ไม่เหมือนกันแล้วไม่ดีหรือ”
ตัวฝูคิด “ดูเหมือนว่า…จะดีนะเจ้าคะ จี้ฮูหยินใจดีมาก ฮูหยินน้อยเองก็เข้ากันได้ดี”
เมื่อถึงตอนเย็นนายท่านจี้ก็กลับมา ท่าทางของเขาไม่ต่างจากที่หมิงเวยคิดไว้ เป็นชายอายุสี่สิบ ร่างกายผอมบางไม่ต่างจากจี้หลิง ใบหน้าของเขาค่อนข้างคล้ายกับฮูหยินสามจึงดูค่อนข้างน่ามอง ยามเดินแขนเสื้อของเขาพลิ้วไหว ช่างดูสง่างามยิ่งนัก
เมื่อเขาเห็นหมิงเวยถึงแม้จะไม่ตื่นเต้นเท่าจี้ฮูหยิน แต่ดวงตาของเขาแดงก่ำ ไม่พูดอะไรอยู่เป็นเวลานาน หลังจากนั้นไม่