นานเขาก็อดกลั้นน้ำตาเอาไว้แล้วพูดคุยกับนาง ถามเกี่ยวกับชีวิตของฮูหยินสามในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นก็ถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของตระกูลหมิง
หมิงเวยตอบทีละคำถาม
นายท่านจี้พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “หลานอยู่ที่นี่อย่างสบายใจเถอะ ส่วนเรื่องครอบครัวของหลาน ลุงจะเรียกพี่ใหญ่ของหลานมาสอบถามเอง ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาท มีโอกาสที่ฝ่าบาทจะเมตตาเด็กและสตรี ไม่ต้องกังวลไป”
หมิงเวยตอบรับ
นายท่านจี้เงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดว่า “จำได้ว่าตอนที่หลานยังเด็ก หลานแตกต่างจากเด็กทั่วไปไม่คิดว่าหลานจะมีโชคชะตาที่ดี อาการป่วยในหลายปีที่ผ่านมาหายเป็นปลิดทิ้ง นี่เป็นรางวัลสำหรับคนดีต่อไปจุดธูปไหว้มารดาเยอะๆ ให้นางอวยพรให้หลานมีชีวิตที่ราบรื่นด้วยนะ” เมื่อเขาพูดเช่นนี้ดวงตาหมิงเวยก็แดงก่ำ
นายท่านจี้พูดอีกว่า “ได้ยินว่าหลานนำขี้เถ้าของมารดากลับมาด้วย เช่นนั้นก็ดี ในเมื่อตระกูลหมิงปฏิบัติไม่ดีต่อนางก็ให้นางกลับมาเถิด ในอนาคตหลานกับเสียวอู่ต้องแต่งงานกันก็ให้เขาได้จุดธูปไหว้นางด้วย”
หมิงเวยตอบรับ ที่จริงนางไม่ต้องการแต่งงานแต่บรรยากาศในตอนนี้ไม่สมควรที่จะนำเรื่องนี้มาพูด
เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้วนายท่านจี้มองไปที่ประตูหลายครั้งและถามลูกสะใภ้ของเขา “เสียวอู่อยู่ไหน เย็นขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่กลับมา”
พี่สะใภ้ไม่มีทางเลือกจึงตอบไปว่า “สะใภ้ให้คนไปตามเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขา…”
นายท่านจี้เลิกคิ้ว “ไม่ใช่ว่าบอกไปแล