้วหรือว่าวันนี้ลูกพี่ลูกน้องของเขามา ต้องกลับเร็วมิใช่หรือ”
พี่สะใภ้ไม่รู้จะตอบอย่างไรดีได้แต่อ้ำอึ้ง
จี้หลิงอุ้มบุตรสาวเข้ามา “ท่านพ่อ ท่านไม่รู้นิสัยของเสียวอู่หรือ อย่าไปสนใจเขาเลย พวกเรามาทานข้าวกันเถอะ!” พูดจบเขาก็บอกให้บุตรสาวเดินไปหาท่านปู่
นายท่านจี้ถูกหลานสาวร้องเรียกจึงบอกออกไปว่า “งั้นไปทานข้าวกันเถอะ”
อาหารมื้อนี้หมิงเวยมีความสุขมาก ไม่ต้องแยกที่นั่ง แต่กินข้าวด้วยกันทั้งครอบครัว ฝีมือทำอาหารของจี้ฮูหยินดีมาก รู้สึกถึงรสชาติดั้งเดิมของตงหนิง
หลังรับประทานอาหารเสร็จพี่สะใภ้ก็พานางไปยังห้องพัก
“ห้องนี้เดิมทีเป็นของพี่หญิงทั้งสองคนของเจ้าตอนที่ยังไม่ออกเรือน ทั้งสองห้องเชื่อมต่อกัน ถูกใจหรือไม่ รู้สึกไม่ค่อยเป็นธรรมต่อสาวใช้ของเจ้าเท่าไร แต่ที่นี่ไม่มีห้องอื่นแล้วจริงๆ”
ตัวฝูรีบตอบ “ฮูหยินน้อยเกรงใจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวอยู่กับคุณหนูตลอดเวลา ไม่ต้องการห้องอื่นหรอกเจ้าค่ะ”
พี่สะใภ้ยิ้ม “เช่นนั้นก็ดีแล้ว” หมิงเวยยืนอยู่ในห้อง นางมองไปที่เครื่องเรือนแล้วรู้สึกประทับใจ
เรือนตระกูลจี้เล็กแค่ไหนนางเห็นด้วยตาตนเองแล้ว จี้หลิงเองก็แต่งงานแล้วแต่อาศัยอยู่ที่ห้องเซียงฝาง[1]ห้องเดียว แต่ห้องที่ยกให้นางกลับเป็นห้องที่เชื่อมติดกันสองห้อง
ของตกแต่งในห้องไม่สวยหรู แต่มีรายละเอียดมาก ตั้งแต่สีของมุ้งไปจนถึงลวดลายของโต๊ะเครื่องแป้งล้วนคัดสรรมาอย่างดี
ส่วนห้องหนังสือที่แยกตัวออกมาด้านนอก พู